1.คำสั่งtelnet
-เป็นคำสั่งที่เปลี่ยน host ที่ใช้อยู่ไปยัง host อื่น (ใน Windows 98 ก็มี)รูปแบบ $ telnet hostnameเช่น c:\> telnet comsci.rid.ac.th เปลี่ยนไปใช้ host ชื่อ comsci.rid.ac.th $ telnet 202.28.54.182 เปลี่ยนไปใช้ host ที่มี IP = 202.28.54.182$ telnet 0 telnet เข้า host ที่ใช้อยู่นะขณะนั้นเมื่อเข้าไปได้แล้วก็จะต้องใส่ login และ password และเข้าสู่ระบบยูนิกส์นั้นเอง
2.คำสั่ง ftp
- เป็นคำสั่งที่ใช้ถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง โดยการติดต่อกับ host ที่เป็น ftp นั้นจะต้องมี user name และมี password ที่สร้างขึ้นไว้แล้ว แต่ก็มี ftp host ที่เป็น public อยู่ไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นจะมี user name ที่เป็น publicเช่นกัน คือ user ที่ชื่อว่า anonymous ส่วน password ของ user anonymous นี้จะใช้เป็น E-mail ของผู้ที่จะ connect เข้าไปและโปรแกรมส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน directory ชื่อ pubรูปแบบ $ ftp hostnameคำสั่ง ftp จะมีคำสั่งย่อยที่สำคัญๆ ได้แก่ftp> help ใช้เมื่อต้องการดูคำสั่งที่มีอยู่ใในคำสั่ง ftpftp> open hostname ใช้เมื่อต้องการ connect ไปยัง host ที่ต้องการftp> close ใช้เมื่อต้องการ disconnect ออกจาก host ที่ใช้งานอยู่ftp> bye หรือ quit ใช้เมื่อต้องการออกจากคำสั่ง ftpftp> ls หรีอ dir ใช้แสดงชื่อไฟล์ที่มีอยู่ใน current directory ของ host นั้นftp> get ใช้โอนไฟล์ทีละไฟล์จาก host ปลายทางมายัง localhost หรือเครื่องของเรานั้นเองftp> mget ใช้โอนไฟล์ทีละหลายๆไฟล์จาก host ปลายทางมายัง localhostftp> put ใช้โอนไฟล์ทีละไฟล์จาก localhost ไปเก็บยัง host ปลายทางftp> mput ใช้โอนไฟล์ทีละหลายๆไฟล์จาก localhost ไปเก็บยัง host ปลายทางftp> cd ใช้เปลี่ยน directoryftp> delete และ mdelete ใช้ลบไฟล์
3.คำสั่ง lynx
-เป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ซึ่งทำงานด้วยข้อความล้วน ๆ ไม่สามารถแสดง รูปภาพได้ เริ่มต้นใช้งานด้วยการล้อกอินเข้าระบบด้วยยูสเซอร์
4. คำสั่งmesg
-ดู status การรับการติดต่อของ terminalmesg y เปิดให้ terminal สามารถรับการติดต่อได้mesg n ปิดไม่ให้ terminal สามารถรับการติดต่อได้
5.คำสั่ง ping
-เป็นคำสั่งพื้นฐานในการตรวจสอบการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องส่งและ เครื่องรับ โดยจะส่งข้อมูลหรือแพ็คเกจขนาด 32K
6.คำสั่งwrite
-ใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้นรูปแบบคำสั่ง write user [tty] เมื่อมีการพิมพ์คำสั่ง write ผู้ใช้จะเห็นข้อความซึ่งจะแสดงว่าข้อความดังกล่าวถูกส่งมาโดยใคร ซึ่งหากผู้รับต้องการตอบกลับ ก็จะต้องใช้คำสั่ง write เช่นกัน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้พิมพ์ตัวอักษร EOF หรือ กด CTRL+C เพื่อเป็นการ interrupt ทั้งนี้ข้อความที่พิมพ์หลังจาก write จะถูกส่งหลังจากการกด Enter เท่านั้นตัวอย่าง write m2k
วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
คำสั่งสำรองข้อมูล
1.Tar Read/write type archives
จัดเก็บไฟล์ให้รวมกันไว้ที่เดียว
2.คำสั่ง gzip
ทำหน้าที่บีบอัดไฟล์
รูปแบบ gzip : <พารามิเตอร์> <ไฟล์ > <พารามิเตอร์>ตัวอย่างการใช้gzip star.txt star.zip filename.tar.gz ใช้ unzip ไฟล์ผลที่ได้จะเป็น filename.tar
3.gunzip
คือขยายไฟล์ที่บีบไว้
รูปแบบgunzip : <พารามิเตอร์> <ไฟล์ > <พารามิเตอร์>ตัวอย่างการใช้งานgunzip star.zip
จัดเก็บไฟล์ให้รวมกันไว้ที่เดียว
2.คำสั่ง gzip
ทำหน้าที่บีบอัดไฟล์
รูปแบบ gzip : <พารามิเตอร์> <ไฟล์ > <พารามิเตอร์>ตัวอย่างการใช้gzip star.txt star.zip filename.tar.gz ใช้ unzip ไฟล์ผลที่ได้จะเป็น filename.tar
3.gunzip
คือขยายไฟล์ที่บีบไว้
รูปแบบgunzip : <พารามิเตอร์> <ไฟล์ > <พารามิเตอร์>ตัวอย่างการใช้งานgunzip star.zip
วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการโปรเซส
1.คำสั่ง ps
แสดง Process หรือโปรแกรมที่ประมวลผลอยู่ในระบบขณะนั้น
รูปแบบ ps : ps :: แสดงชื่อ process ต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่อย่างสั้น ps -ef :: แสดงข้อมูลของ process โดยละเอียด ps -ax :: แสดงข้อมูลของ process พร้อมชื่อโปรแกรมได้ละเอียด ps -aux :: แสดงข้อมูลของ process พร้อมชื่อโปรแกรม และชื่อผู้สั่งได้ละเอียดมาก
2.คำสั่ง kill
เมื่อทราบว่า process ใดที่มีปัญหา ก็จะเห็นเลขประจำ process คำสั่ง kill จะสามารถ process ออกจากระบบได้
รูปแบบ kill : kill -9 เลขประจำprocess :: เลขประจำ process จะได้จากการใช้ ps -ef อยู่แล้ว kill -9 1255 :: ลบ process ที่ 1255 ออกจากระบบไป
3.คำสั่ง fg
-การทำงานของ process ที่หยุดลงไปกลับคืนมาทำงานต่อ (ซึ่งก็คือเหมือนคำสั่ง Ctrl-Z ) โดยส่ง signal ให้แก่ process ว่า CONT signal
4. คำสั่งBg
- จะทำงานเหมือนกับคำสั่ง FG แต่จะให้สำหรับ ทำให้ process ที่อยู่ในส่วน Background ของระบบ เพื่อสั่งให้มันประมวลผลต่อ
5. คำสั่งJobs
- ของระบบ Unix,Linux (เป็นคำสั่งสำหรับกำหนดควบคุม การรับส่งผ่านข้อมูลของ Firewall) รูบแบบการใช้งาน jobsตัวอย่าง #sleep 20 & jobs
แสดง Process หรือโปรแกรมที่ประมวลผลอยู่ในระบบขณะนั้น
รูปแบบ ps : ps :: แสดงชื่อ process ต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่อย่างสั้น ps -ef :: แสดงข้อมูลของ process โดยละเอียด ps -ax :: แสดงข้อมูลของ process พร้อมชื่อโปรแกรมได้ละเอียด ps -aux :: แสดงข้อมูลของ process พร้อมชื่อโปรแกรม และชื่อผู้สั่งได้ละเอียดมาก
2.คำสั่ง kill
เมื่อทราบว่า process ใดที่มีปัญหา ก็จะเห็นเลขประจำ process คำสั่ง kill จะสามารถ process ออกจากระบบได้
รูปแบบ kill : kill -9 เลขประจำprocess :: เลขประจำ process จะได้จากการใช้ ps -ef อยู่แล้ว kill -9 1255 :: ลบ process ที่ 1255 ออกจากระบบไป
3.คำสั่ง fg
-การทำงานของ process ที่หยุดลงไปกลับคืนมาทำงานต่อ (ซึ่งก็คือเหมือนคำสั่ง Ctrl-Z ) โดยส่ง signal ให้แก่ process ว่า CONT signal
4. คำสั่งBg
- จะทำงานเหมือนกับคำสั่ง FG แต่จะให้สำหรับ ทำให้ process ที่อยู่ในส่วน Background ของระบบ เพื่อสั่งให้มันประมวลผลต่อ
5. คำสั่งJobs
- ของระบบ Unix,Linux (เป็นคำสั่งสำหรับกำหนดควบคุม การรับส่งผ่านข้อมูลของ Firewall) รูบแบบการใช้งาน jobsตัวอย่าง #sleep 20 & jobs
คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการไฟล์
1. คำสั่ง Is
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแสดงชื่อไฟล์หรือไดเร็คทอรี่ย่อยต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ไดเร็คทอรี่ปัจจุบันหรือไดเร็คทอรี่ที่ระบุ
รูปแบบ Is :[option] [file_name directory_name]file_name คือ ชื่อไฟล์ที่ต้องการแสดง ในกรณีที่ต้องการระบุชื่อไฟล์directory_name คือ ชื่อไดเร็คทอรี่ที่ต้องการแสดง ในกรณีที่ต้องการระบุชื่อไดเร็คทอรี่option คือ ทางเลือกอื่นๆ ในการแสดงชื่อไฟล์ ที่สำคัญมีดังนี้-l คือ การแสดงรายชื่อไฟล์แบบยาว ข้อมูลที่แสดงด้วยทางเลือกนี้จากซ้ายไป ขวา ได้แก่ ชนิดและโหมดของไฟล์ จำนวนลิงค์ ชื่อเจ้าของ ขนาดของไฟล์ วันที่ที่มีการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุด และชื่อของไฟล์ ซึ่งถ้าไม่ใส่ทางเลือกนี้ แล้ว คำสั่ง ls ก็จะแสดงเฉพาะชื่อของไฟล์ออกมาก-t แสดงชื่อของไฟล์ โดยเรียงลำดับที่แก้ไขไฟล์ครั้งสุดท้าย โดยจะแสดงชื่อของ ไฟล์ที่ได้รับการแก้ไขหลังสุดก่อน ถ้าไม่ใส่ทางเลือกนี้ ls ก็จะพิมพ์รายชื่อ ของไฟล์เรียงตามลำดับตัวอักษร-d ใช้ในการบังคับให้แสดงข้อมูลของไดเร็คทอรีที่ระบุไว้ในส่วนของ argument ซึ่ง ถ้าไม่ใช้ทางเลือกนี้แล้ว คำสั่ง ls จะแสดงรายชื่อไฟล์ “ภายใต้” ไดเร็คทอรีที่ ระบุแทน-a โดยปรกติแล้ว คำสั่ง ls จะไม่แสดงชื่อของไฟล์ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย “.” ออกมาการใช้ทางเลือกนี้เพื่อที่จะให้แสดงรายชื่อไฟล์ทุกไฟล์ เช่น “.profile
2. คำสั่ง Cd
cd ใช้สำหรับการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่
รูปแบบ Cd: cdการเคลื่อนย้ายพื้นที่ในการใช้งาน ทำได้โดยใช้คำสั่ง cd ตามด้วยชื่อไดเร็คทอรี่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง โดยจะเขียนชื่อของไดเร็คทอรี่แบบสัมบูรณ์ หรือแบบสัมพันธ์ก็ได้
3. คำสั่ง pwd
คำสั่ง pwd ใช้สำหรับการแสดงชื่อไดเร็คทอรี่ปัจจุบัน
รูปแบบ pwd: pwd
4.คำสั่ง File
บนระบบ DOS/Windows นั้น ประเภทของแฟ้มข้อมูลจะถูกระบุด้วยนามสกุล แต่ใน UNIX จะไม่มีนามสกุลเพื่อใช้ระบุประเภทของแฟ้มข้อมูล ดังนั้นการหาประเภทของแฟ้มข้อมูลจะดูจาก Context ภายในของแฟ้ม ซึ่งคำสั่ง file จะทำการอ่าน Content และบอกประเภทของแฟ้มข้อมูลนั้นๆ
รูปแบบ file : [option]... file ตัวอย่าง file /bin/sh file report1.doc
5.คำสั่ง Mv
เป็นคำสั่งสำหรับการเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือไดเร็คทอรี่
รูปแบบ Mv: mv
6.คำสั่ง mkdir
ใช้สำหรับสร้างไดเร็คทอรี่
รูปแบบ mkdir: mkdir
7.คำสั่ง rm
คำสั่งสำหรับการลบไฟล์
รูปแบบ rm: rm [option]
8.คำสั่ง rmdir
เป็นคำสั่งสำหรับการลบไดเร็คทอรี่
รูปแบบ rmdir: rmdir
9. คำสั่ง chown
ช้สำหรับเปลี่ยนเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directory
รูปแบบ chown : chown [option]... owner[:group] file หรือ
chown [option]... :group file
10.คำสั่ง Chgrp
คำสั่งChange Groupของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์)
รูบแบบ chgrp : [-chfRv] (Group) (File)ตัวอย่าง chgrp root /root/* เปลี่ยนGroupให้กับไฟล์ทุกไฟล์ในไดเรคทอรี่ /rootให้เป็น Group root
ก.คำสั่ง mkdir
ข.คำสั่ง mv
ค.คำสั่ง pwd
ง.คำสั่ง rm
2.ข้อใดให้ความหมายของคำสั่งChown ได้ถูกต้อง
ก.เป็น Ownerของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนเจ้าของไฟล์)
ข.เป็นGroupของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์)
ค.เป็นคำสั่งสำหรับการลบไดเร็คทอรี่
ง.แสดง directory ที่เราอยู่ปัจจุบัน
3.ข้อใดคือคำสั่งของการจัดการโปรเซสทั้งหมด
ก คำสั่งBg คำสั่ง Fgและคำสั่ง mkdir
ข.คำสั่ง Fg คำสั่ง mkdirและ คำสั่ง pwd
ค.คำสั่งPs คำสั่งKil และlคำสั่ง Fg
ง.คำสั่ง Fgคำสั่ง mkdirและ คำสั่ง rm
4.ข้อใดคือความหมายของคำสั่งคำสั่งKill
ก.การดูสถานะของ Process
ข.เป็นคำสั่งสำหรับยกเลิก Process ส่งรหัสควบคุมไปยังโปรเซส
ค.เป็นคำสั่งสำหรับกำหนดควบคุม การรับส่งผ่านข้อมูลของ Firewall
ง.ไม่มีข้อถูก
5.ข้อใดไม่ใช่คำสั่งสำรองข้อมูล
ก.คำสั่ง Fg
ข.คำสั่ง gunzip
ค.คำสั่ง gzip
ง.คำสั่ง tar
6.คำสั่ง ftpเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับทำอะไร
ก.เป็นคำสั่งที่เปลี่ยน host ที่ใช้อยู่ไปยัง host อื่น
ข.ใช้เปลี่ยน directoryftp> delete และ mdelete ใช้ลบไฟล์
ค.ใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้น
ง.เป็นคำสั่งที่ใช้ถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง
7.คำสั่งddเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับทำอะไร
ก.เป็นคำสั่งไว้สร้าง link ไปยังที่ ที่ต้องการ คลายกับ shortcut
ข.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
ค.ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
ง.แสดง/กำหนดชื่อโฮสต์ คำสั่งแสดงชื่อเครื่องที่ใช้อยู่
8.คำสั่งhostname
ก. แสดง/กำหนดชื่อโฮสต์ คำสั่งแสดงชื่อเครื่องที่ใช้อยู่
ข.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
ค.ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด
ง. ต้องการชื่อเต็ม (full pathname)
9.ข้อใดคือหน้าที่ของคำสั่งfree
ก.ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด
ข.ต้องการชื่อเต็ม (full pathname)
ค.ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
ง.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
10.คำสั่ง dfเป็นคำสั่งที่มีหน้าที่อย่างไร
ก.เป็นการตรวจสอบการใช้พื่นที่บนฮาร์ดดิสก์
ข.คำสั่งนี้จะแสดงค่าตัวแปลสภาพ แวดล้อม.
ค.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
ง.ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแสดงชื่อไฟล์หรือไดเร็คทอรี่ย่อยต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ไดเร็คทอรี่ปัจจุบันหรือไดเร็คทอรี่ที่ระบุ
รูปแบบ Is :[option] [file_name directory_name]file_name คือ ชื่อไฟล์ที่ต้องการแสดง ในกรณีที่ต้องการระบุชื่อไฟล์directory_name คือ ชื่อไดเร็คทอรี่ที่ต้องการแสดง ในกรณีที่ต้องการระบุชื่อไดเร็คทอรี่option คือ ทางเลือกอื่นๆ ในการแสดงชื่อไฟล์ ที่สำคัญมีดังนี้-l คือ การแสดงรายชื่อไฟล์แบบยาว ข้อมูลที่แสดงด้วยทางเลือกนี้จากซ้ายไป ขวา ได้แก่ ชนิดและโหมดของไฟล์ จำนวนลิงค์ ชื่อเจ้าของ ขนาดของไฟล์ วันที่ที่มีการแก้ไขไฟล์ครั้งล่าสุด และชื่อของไฟล์ ซึ่งถ้าไม่ใส่ทางเลือกนี้ แล้ว คำสั่ง ls ก็จะแสดงเฉพาะชื่อของไฟล์ออกมาก-t แสดงชื่อของไฟล์ โดยเรียงลำดับที่แก้ไขไฟล์ครั้งสุดท้าย โดยจะแสดงชื่อของ ไฟล์ที่ได้รับการแก้ไขหลังสุดก่อน ถ้าไม่ใส่ทางเลือกนี้ ls ก็จะพิมพ์รายชื่อ ของไฟล์เรียงตามลำดับตัวอักษร-d ใช้ในการบังคับให้แสดงข้อมูลของไดเร็คทอรีที่ระบุไว้ในส่วนของ argument ซึ่ง ถ้าไม่ใช้ทางเลือกนี้แล้ว คำสั่ง ls จะแสดงรายชื่อไฟล์ “ภายใต้” ไดเร็คทอรีที่ ระบุแทน-a โดยปรกติแล้ว คำสั่ง ls จะไม่แสดงชื่อของไฟล์ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย “.” ออกมาการใช้ทางเลือกนี้เพื่อที่จะให้แสดงรายชื่อไฟล์ทุกไฟล์ เช่น “.profile
2. คำสั่ง Cd
cd ใช้สำหรับการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่
รูปแบบ Cd: cd
3. คำสั่ง pwd
คำสั่ง pwd ใช้สำหรับการแสดงชื่อไดเร็คทอรี่ปัจจุบัน
รูปแบบ pwd: pwd
4.คำสั่ง File
บนระบบ DOS/Windows นั้น ประเภทของแฟ้มข้อมูลจะถูกระบุด้วยนามสกุล แต่ใน UNIX จะไม่มีนามสกุลเพื่อใช้ระบุประเภทของแฟ้มข้อมูล ดังนั้นการหาประเภทของแฟ้มข้อมูลจะดูจาก Context ภายในของแฟ้ม ซึ่งคำสั่ง file จะทำการอ่าน Content และบอกประเภทของแฟ้มข้อมูลนั้นๆ
รูปแบบ file : [option]... file ตัวอย่าง file /bin/sh file report1.doc
5.คำสั่ง Mv
เป็นคำสั่งสำหรับการเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือไดเร็คทอรี่
รูปแบบ Mv: mv
6.คำสั่ง mkdir
ใช้สำหรับสร้างไดเร็คทอรี่
รูปแบบ mkdir: mkdir
7.คำสั่ง rm
คำสั่งสำหรับการลบไฟล์
รูปแบบ rm: rm [option]
8.คำสั่ง rmdir
เป็นคำสั่งสำหรับการลบไดเร็คทอรี่
รูปแบบ rmdir: rmdir
9. คำสั่ง chown
ช้สำหรับเปลี่ยนเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directory
รูปแบบ chown : chown [option]... owner[:group] file หรือ
chown [option]... :group file
10.คำสั่ง Chgrp
คำสั่งChange Groupของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์)
รูบแบบ chgrp : [-chfRv] (Group) (File)ตัวอย่าง chgrp root /root/* เปลี่ยนGroupให้กับไฟล์ทุกไฟล์ในไดเรคทอรี่ /rootให้เป็น Group root
แบบทดสอบคำสั่งต่างๆ
1.ข้อใดคือคำสั่งสำหรับการลบไฟล์ก.คำสั่ง mkdir
ข.คำสั่ง mv
ค.คำสั่ง pwd
ง.คำสั่ง rm
2.ข้อใดให้ความหมายของคำสั่งChown ได้ถูกต้อง
ก.เป็น Ownerของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนเจ้าของไฟล์)
ข.เป็นGroupของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์)
ค.เป็นคำสั่งสำหรับการลบไดเร็คทอรี่
ง.แสดง directory ที่เราอยู่ปัจจุบัน
3.ข้อใดคือคำสั่งของการจัดการโปรเซสทั้งหมด
ก คำสั่งBg คำสั่ง Fgและคำสั่ง mkdir
ข.คำสั่ง Fg คำสั่ง mkdirและ คำสั่ง pwd
ค.คำสั่งPs คำสั่งKil และlคำสั่ง Fg
ง.คำสั่ง Fgคำสั่ง mkdirและ คำสั่ง rm
4.ข้อใดคือความหมายของคำสั่งคำสั่งKill
ก.การดูสถานะของ Process
ข.เป็นคำสั่งสำหรับยกเลิก Process ส่งรหัสควบคุมไปยังโปรเซส
ค.เป็นคำสั่งสำหรับกำหนดควบคุม การรับส่งผ่านข้อมูลของ Firewall
ง.ไม่มีข้อถูก
5.ข้อใดไม่ใช่คำสั่งสำรองข้อมูล
ก.คำสั่ง Fg
ข.คำสั่ง gunzip
ค.คำสั่ง gzip
ง.คำสั่ง tar
6.คำสั่ง ftpเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับทำอะไร
ก.เป็นคำสั่งที่เปลี่ยน host ที่ใช้อยู่ไปยัง host อื่น
ข.ใช้เปลี่ยน directoryftp> delete และ mdelete ใช้ลบไฟล์
ค.ใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้น
ง.เป็นคำสั่งที่ใช้ถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง
7.คำสั่งddเป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับทำอะไร
ก.เป็นคำสั่งไว้สร้าง link ไปยังที่ ที่ต้องการ คลายกับ shortcut
ข.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
ค.ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
ง.แสดง/กำหนดชื่อโฮสต์ คำสั่งแสดงชื่อเครื่องที่ใช้อยู่
8.คำสั่งhostname
ก. แสดง/กำหนดชื่อโฮสต์ คำสั่งแสดงชื่อเครื่องที่ใช้อยู่
ข.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
ค.ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด
ง. ต้องการชื่อเต็ม (full pathname)
9.ข้อใดคือหน้าที่ของคำสั่งfree
ก.ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด
ข.ต้องการชื่อเต็ม (full pathname)
ค.ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
ง.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
10.คำสั่ง dfเป็นคำสั่งที่มีหน้าที่อย่างไร
ก.เป็นการตรวจสอบการใช้พื่นที่บนฮาร์ดดิสก์
ข.คำสั่งนี้จะแสดงค่าตัวแปลสภาพ แวดล้อม.
ค.แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
ง.ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
เฉลย
1.ง 2.ก 3. ค 4. ข 5. ก 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10.ก
1.ง 2.ก 3. ค 4. ข 5. ก 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10.ก
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
การใช้งานโปรแกรม VMware

VMware เป็นโปรแกรม virtual Machine มีความสามารถจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่อง ไว้ในเครื่องเดียว บนระบบปฏิบัติการวินโดว์ จริง ๆ ก็ใช้กับระบบปฏิบัติอื่น ๆ ได้ด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกในการทดลอง ทดสอบติดตั้งระบบปฏิบัติการ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรกับเครื่องคอมพิวเตอร์จริง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก หากเราจะมานั่งทดสอบลงระบบปฏิบัติการกับเครื่องคอมพิวเตอร์จริง ๆ ต้องใช้เวลานาน และอาจจะส่งผลเสียกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลต่าง ๆ อีกมากมาย สำหรับโปรแกรมที่ใช้ทดสอบคือ VMware Workstation 6.0.4 ลองจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ CPU ปกติตาความเร็วเครื่อง RAM 256 MB ฮาร์ดดิสก์ IDE ซีดีรอม ี่ในที่นี้ไม่ใช้ซีดีจริง ๆ นะครับ เป็นอิมเมจไฟล์ที่โคลนมาจากซีดีอีกที อย่างอื่นก็พื้น ๆ การ์ดแลนท์ การ์ดเสียง การ์ดจอภาพ
การติดตั้งและการทำงานของ VMware
1.เริ่มสร้าง เครื่องที่ใช้ทดสอบใหม่ เป็นระบบปฏิบัติการ Windows XP
2.เข้าที่เมนู file >> New >> Virtual Machine
3.เข้าสู่เมนู วิซาส ต่อไป
4.เลือกที่ Typical
5.เลือกระบบปฏิบัติการ เพื่อกำหนดฮาร์ดแวร์ ให้เหมาะสม
6.ตั้งชื่อให้กับเครื่องนี้
7.ตั้งค่าเน็ตเวอร์ค User bridgen networking คือ นำไอพีจริงที่เครื่องใช้มาใช้เลย User network address translation (NAT) สร้างระบบเน็ตเวอร์คขึ้นใหม่โดยใช้ NAT สร้างวงแลนท์ขึ้นใหม่
8.กำหนดค่าความจุดิสก์
9.จากนั้นก็ได้เครื่องจำลองที่พร้อมจะใช้งานแล้วดับเบิ้ลคลิ๊ก ที่ Devices เพื่อปรับแต่งฮาร์ดแวร์ได้
10.ปรับแต่ฮาร์ดดิสก์สักหน่อย
11.เลือกที่ซีดีไดร์ ได้ครับว่าจะให้สตร์าท ที่ไดร์ไหน อักษรไดร์ตามจริงกับที่มีในเครื่องครับ
12.อันนี้จะไม่เล่นกับซีดีแผ่นจริง ใช้อิมเมจไฟล์ดีกว่า คลิ๊ก Browse.. เพื่อค้นหาไฟล์อิมเมจที่เราเก็บไว้ในเครื่อง
13.เมื่อปรับแต่งเสร็จเรียบร้อย ก็เปิดเครื่องเลยครับ กดที่ start ปุ่มสามเหลี่ยมเขียว ๆ
14.เริ่มทำงาน ติดตั้งเหมือนเครื่องจริงทุกประการ
15.เมื่อจะนำเคอร์เซอร์ ออกจากเครื่องจำลองให้กด Ctrl+alt เคอร์เซอร์ ก็จะสามารถมาโลดแล่นข้างนอกได้ จะเข้าไปใช้ในเครื่องจำลองก็เพียงกดที่ หน้าจอเครื่องจำลอง
หมายเหตุ
ถ้าต้องการก็อปข้อมูลจากเครื่องจริงไปดิสก์จำลองล่ะ ทำไง ก็ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Devices Hard Disk ของเครื่องจำลองนั้น ๆ แล้วทำการ Map กำหนดพารามิเตอร์ของไดร์ เสร็จแล้วไดร์จะไปโชว์ที่ My Computer กรณีที่ติดตั้งระบบ Unix อย่างเช่น Debian ซึ่งมีตั้ง 21 แผ่นซีดี หรือ 3 แผ่น ดีวีดี ไม่รู้ว่าทำไมมันมากมายปานนั้น เมื่อเครื่องถามหาแผ่นใหม่ (กรณีใช้ติดตั้งจากอิมเมจไฟล์) คลิ๊กขวาที่มุมด้านล่างขวาสุดที่เป็นรูปไดร์ซีดี Edit เลือกอิมเมจไฟล์ อันที่เครืองถามหา
การใช้งานโปรแกรม Adobe Captivate

Adobe Captivate 3.0
ปัจจุบันสื่อเรียนรู้หรือสื่อการนําเสนอมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งสื่อแบบข้อความ รูปภาพ เสียงภาพเคลื่อนไหว สื่อมัลติมีเดีย ที่บรรจุอยู่ในแผ่นซีดี หรือเผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมที่นํามาสร้างสื่อเรียนรู้หรือสื่อนําเสนอแบบมัลติมีเดียที่เรารู้จักนั้นมีมากมายหลายโปรแกรม เช่น Office TLEImpress, Microsoft PowerPoint, Macromedia Authorware, Macromedia Flash ฯลฯ โปรแกรมเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อพอสมควรจึงจะสร้างงานออกมาได้ ทําความรู้จัก Adobe Captivate 3.0 โปรแกรม Adobe Captivate 3.0 เป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่จากค่าย Adobe ที่ถูกพัฒนาขึ้น มาเพื่อสนับสนุนการสร้าง Movie ในรูปแบบสื่อเรียนรู้ หรือสื่อการนําเสนอแบบมัลติมีเดีย เช่น การนําเสนอผลงาน การจับหน้าจอภาพเพื่อนําไปสร้างสื่อเรียนรู้ การสร้างแบบทดสอบ รวมไปถึงการตัดต่อวิดีโอเพื่อใช้สําหรับงานนําเสนอหรือผลิตสื่อเรียนรู้ โดยโปรแกรม Adobe Captivate 3.0 เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างชิ้นงานได้ง่ายและเร็ว
จุดเด่นของโปรแกรม Adobe Captivate3.0
• สร้างสื่อเรียนรู้หรือสื่อนําเสนอมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดาย
• ตัดต่อวิดีโอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว
• สร้างสื่อเรียนรู้โดยการจับหน้าจอภาพ (Screen capture movie) ประกอบเสียงบรรยาย
• เหมาะสําหรับการนําไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน
• สร้างแบบทดสอบได้ง่าย(ทำข้อสอบแบบ random ได้แล้ว สำหรับเวอร์ชั่นนี้)
• นําเข้าไฟล์จากแหล่งต่างๆ ได้หลากหลาย ไฟล์รูปภาพ (Image) เช่น JPG, BMP, GIF ไฟล์เสียง (Sound) เช่น MP3, WAV เสียงบรรยายผ่านไมโครโฟน ไฟล์วิดีโอ (Video) เช่น AVI สไลด์จากโปรแกรม Microsoft Power Point (.PPT)
Captivate 3.0
• ส่งออกไฟล์ได้หลายรูปแบบ Flash movie File (.swf) ลักษณะเช่นเดียวกับโปรแกรม Macromedia Flash HTML File (.html) สําหรับการนําไปใช้กับเว็บไซต์ EXE File (.exe) สําหรับการนําไปใช้แบบ Stand alone คือ การแสดงผลโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม Adobe captivate
แบบทดสอบ
1.ข้อใดไม่ใช่จุดเด่นของโปรแกรม
ก.บันทึกและตัดต่อไฟล์เสียงได้ข.รองรับการแสดงผลจาก browser ได้อย่างสมบูรณ์ค.ตัดต่องานสื่อวีดีโอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวง.เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุกเครือข่ายได้
2.ความต้องการทรัพยากรโดยรวมของ adobe ข้อใดถูกต้อง
ก.พื้นที่ว่างใน harddisk ไม่น้อยกว่า 700 MBข.หน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ไม่น้อยกว่า 512 MBค.รองรับการแสดงผลที่ 800*600 pixelsง.ถูกทุกข้อ
3.ประเภทของไฟล์สำหรับสร้างงานและส่งออก adobe สามารถรับไฟล์นำเข้ได้ไฟล์
ก.2ไฟล์ข.3ไฟล์ค. 4 ไฟล์ง. 5ไฟล์
4.ข้อใดไม่ใช่ไฟล์ที่adobe สามารถนำเข้าได้
ก.ไฟล์รูปภาพข.ไฟล์วีดีโอค.ไฟล์เสียงง.ไม่มีข้อถูก
5. adobe สามารถส่งไฟล์ออกได้แบบยกเว้นไฟล์ที่มีนามสกุลใดต่อไปนี้ข้อใดต่อไปนี้
ก. .htmlข. .cpค. .mthง. .exe
6. Exe File (.exe) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไร
ก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์สำหรับการนำเสนอแบบ stand aloneค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
7.Docment (.doc) คือไฟล์อะไร
ก.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตรฐาน microsoft wordข.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ค.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ง.ไม่มีข้อถูก
8. html File (.html) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไรก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์สำหรับการนำเสนอแบบ stand aloneค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
9. ZIPFile (.zip) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไรก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์ที่รองรับมาตรฐานSOCRMค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
10.ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการติดตั้งโปรแกรม Adobe Captivate 3.0
ก. Adobe ทำการแตกไฟล์สำหรับกระบวนการติดตั้งข.ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์Adobe_ Captivate 3_WWE3.exe แล้วปรากฏหน้าต่างขึ้นให้แล้วกด nextค.Install Adobe Captivate 3.0ง.Adobe จะทำการติดตั้งโปรแกรม
ก.บันทึกและตัดต่อไฟล์เสียงได้ข.รองรับการแสดงผลจาก browser ได้อย่างสมบูรณ์ค.ตัดต่องานสื่อวีดีโอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวง.เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุกเครือข่ายได้
2.ความต้องการทรัพยากรโดยรวมของ adobe ข้อใดถูกต้อง
ก.พื้นที่ว่างใน harddisk ไม่น้อยกว่า 700 MBข.หน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ไม่น้อยกว่า 512 MBค.รองรับการแสดงผลที่ 800*600 pixelsง.ถูกทุกข้อ
3.ประเภทของไฟล์สำหรับสร้างงานและส่งออก adobe สามารถรับไฟล์นำเข้ได้ไฟล์
ก.2ไฟล์ข.3ไฟล์ค. 4 ไฟล์ง. 5ไฟล์
4.ข้อใดไม่ใช่ไฟล์ที่adobe สามารถนำเข้าได้
ก.ไฟล์รูปภาพข.ไฟล์วีดีโอค.ไฟล์เสียงง.ไม่มีข้อถูก
5. adobe สามารถส่งไฟล์ออกได้แบบยกเว้นไฟล์ที่มีนามสกุลใดต่อไปนี้ข้อใดต่อไปนี้
ก. .htmlข. .cpค. .mthง. .exe
6. Exe File (.exe) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไร
ก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์สำหรับการนำเสนอแบบ stand aloneค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
7.Docment (.doc) คือไฟล์อะไร
ก.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตรฐาน microsoft wordข.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ค.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ง.ไม่มีข้อถูก
8. html File (.html) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไรก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์สำหรับการนำเสนอแบบ stand aloneค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
9. ZIPFile (.zip) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไรก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์ที่รองรับมาตรฐานSOCRMค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
10.ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการติดตั้งโปรแกรม Adobe Captivate 3.0
ก. Adobe ทำการแตกไฟล์สำหรับกระบวนการติดตั้งข.ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์Adobe_ Captivate 3_WWE3.exe แล้วปรากฏหน้าต่างขึ้นให้แล้วกด nextค.Install Adobe Captivate 3.0ง.Adobe จะทำการติดตั้งโปรแกรม
เฉลย
1. ง 2.ง 3. ค 4. ง 5. ค 6. ข 7.ก 8. ก9. 10.ข
1. ง 2.ง 3. ค 4. ง 5. ค 6. ข 7.ก 8. ก9. 10.ข
วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
VMware
*โปรแกรม VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ แสดงถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลง ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่เดิม แล้วทำการลงระบบปฏิบัติการ Windows NT ผ่านโปรแกรม VMWare อีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อลงแล้ว ทั้งสองระบบสามารถทำงานพร้อมกันได้ โดยแยกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด (เสมือนเป็นคนละเครื่อง) โดยคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมานั้น จะมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เครื่องหนึ่ง ซึ่งจะประกอบด้วย พื้นที่ดิสก์ที่ใช้ ร่วมกับพื้นที่ดิสก์ของเครื่องนั้นๆ การ์ดแสดงผล การ์ดเน็ตเวิร์ก พื้นที่หน่วยความจำ ซึ่งจะแบ่งการทำงานมาจากหน่วยความจำของเครื่องนั้นๆ เช่นกัน ปัจจุบันโปรแกรม VMWare มีเวอร์ชันทั้งสำหรับการทำงานบน Windows และ Linux หากเครื่องท่านเป็น Windows ก็สามารถลองเวอร์ชันสำหรับ Windows ได้
*VMware จะทำการสร้าง คอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีก 1 เครื่อง โดยใช้ทรัพย์กรของ pc ของเราเอง คือมันจะทำการแบ่งเอา HD,Ram CPU ของเราไป สร้างเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เราจะเห็นว่ามัน ทำงานอยู่บนเครื่องเรา เราสามารถสั่งให้มัน boot เครื่อง เข้าไป setup bios แล้วก็สั่ง boot ที่cdrom แล้วลง windows,linux,bsd,unix ซ้อนเข้าไปได้ในเครื่องเรา น้องสั่งเกตุผลงานง่ายๆอย่างเช่น หนังสือสอนการลง linux เค้าก็จะทำการใช้ vmware ให้มันทำการ boot แผ่น cd linux ที่เครื่องเราแล้วก็ setup linux แล้วคนทำหนนังสือก็จะ capture หน้าต่างๆในการลงโปรแกรม เอามาให้เรา อันนี้ก็เป็นประโยชน์ ประเด็นการใช้ Vm ware คือ เครื่องเราต้องแรงนิดนึงนะครับ ram พี่ว่าอย่างน้อยต้อง 512-1 G ถึงจะใช้แล้วสบายใจ ประสบการณ์ของพี่เองคือพี่เอา notebook ไปนั้ง training linux พี่ก็เอา notebook ไปลง
vmware แล้วก็เอา Vmware มาลง linux นั้ง training linux ได้โดยไม่ต้องลบ xp ทิ้ง เมื่อจะเลิกใช้ก็ลบ vmware ทิ้ง ทุกอย่างก็กลับมาเป็น xp เหมือนเดิม vmware ยังสามารถทำให้ os ที่ run อยู่ถายใต้ตัวมันใช้ระบบเครือข่ายได้จริงด้วยนะครับ
*VMware จะทำการสร้าง คอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีก 1 เครื่อง โดยใช้ทรัพย์กรของ pc ของเราเอง คือมันจะทำการแบ่งเอา HD,Ram CPU ของเราไป สร้างเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เราจะเห็นว่ามัน ทำงานอยู่บนเครื่องเรา เราสามารถสั่งให้มัน boot เครื่อง เข้าไป setup bios แล้วก็สั่ง boot ที่cdrom แล้วลง windows,linux,bsd,unix ซ้อนเข้าไปได้ในเครื่องเรา น้องสั่งเกตุผลงานง่ายๆอย่างเช่น หนังสือสอนการลง linux เค้าก็จะทำการใช้ vmware ให้มันทำการ boot แผ่น cd linux ที่เครื่องเราแล้วก็ setup linux แล้วคนทำหนนังสือก็จะ capture หน้าต่างๆในการลงโปรแกรม เอามาให้เรา อันนี้ก็เป็นประโยชน์ ประเด็นการใช้ Vm ware คือ เครื่องเราต้องแรงนิดนึงนะครับ ram พี่ว่าอย่างน้อยต้อง 512-1 G ถึงจะใช้แล้วสบายใจ ประสบการณ์ของพี่เองคือพี่เอา notebook ไปนั้ง training linux พี่ก็เอา notebook ไปลง
vmware แล้วก็เอา Vmware มาลง linux นั้ง training linux ได้โดยไม่ต้องลบ xp ทิ้ง เมื่อจะเลิกใช้ก็ลบ vmware ทิ้ง ทุกอย่างก็กลับมาเป็น xp เหมือนเดิม vmware ยังสามารถทำให้ os ที่ run อยู่ถายใต้ตัวมันใช้ระบบเครือข่ายได้จริงด้วยนะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

