วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การใช้งานโปรแกรม VMware


VMware เป็นโปรแกรม virtual Machine มีความสามารถจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่อง ไว้ในเครื่องเดียว บนระบบปฏิบัติการวินโดว์ จริง ๆ ก็ใช้กับระบบปฏิบัติอื่น ๆ ได้ด้วย ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกในการทดลอง ทดสอบติดตั้งระบบปฏิบัติการ โดยที่ไม่ต้องทำอะไรกับเครื่องคอมพิวเตอร์จริง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก หากเราจะมานั่งทดสอบลงระบบปฏิบัติการกับเครื่องคอมพิวเตอร์จริง ๆ ต้องใช้เวลานาน และอาจจะส่งผลเสียกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลต่าง ๆ อีกมากมาย สำหรับโปรแกรมที่ใช้ทดสอบคือ VMware Workstation 6.0.4 ลองจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ CPU ปกติตาความเร็วเครื่อง RAM 256 MB ฮาร์ดดิสก์ IDE ซีดีรอม ี่ในที่นี้ไม่ใช้ซีดีจริง ๆ นะครับ เป็นอิมเมจไฟล์ที่โคลนมาจากซีดีอีกที อย่างอื่นก็พื้น ๆ การ์ดแลนท์ การ์ดเสียง การ์ดจอภาพ


การติดตั้งและการทำงานของ VMware

1.เริ่มสร้าง เครื่องที่ใช้ทดสอบใหม่ เป็นระบบปฏิบัติการ Windows XP

2.เข้าที่เมนู file >> New >> Virtual Machine

3.เข้าสู่เมนู วิซาส ต่อไป

4.เลือกที่ Typical

5.เลือกระบบปฏิบัติการ เพื่อกำหนดฮาร์ดแวร์ ให้เหมาะสม

6.ตั้งชื่อให้กับเครื่องนี้

7.ตั้งค่าเน็ตเวอร์ค User bridgen networking คือ นำไอพีจริงที่เครื่องใช้มาใช้เลย User network address translation (NAT) สร้างระบบเน็ตเวอร์คขึ้นใหม่โดยใช้ NAT สร้างวงแลนท์ขึ้นใหม่

8.กำหนดค่าความจุดิสก์

9.จากนั้นก็ได้เครื่องจำลองที่พร้อมจะใช้งานแล้วดับเบิ้ลคลิ๊ก ที่ Devices เพื่อปรับแต่งฮาร์ดแวร์ได้

10.ปรับแต่ฮาร์ดดิสก์สักหน่อย

11.เลือกที่ซีดีไดร์ ได้ครับว่าจะให้สตร์าท ที่ไดร์ไหน อักษรไดร์ตามจริงกับที่มีในเครื่องครับ

12.อันนี้จะไม่เล่นกับซีดีแผ่นจริง ใช้อิมเมจไฟล์ดีกว่า คลิ๊ก Browse.. เพื่อค้นหาไฟล์อิมเมจที่เราเก็บไว้ในเครื่อง

13.เมื่อปรับแต่งเสร็จเรียบร้อย ก็เปิดเครื่องเลยครับ กดที่ start ปุ่มสามเหลี่ยมเขียว ๆ

14.เริ่มทำงาน ติดตั้งเหมือนเครื่องจริงทุกประการ

15.เมื่อจะนำเคอร์เซอร์ ออกจากเครื่องจำลองให้กด Ctrl+alt เคอร์เซอร์ ก็จะสามารถมาโลดแล่นข้างนอกได้ จะเข้าไปใช้ในเครื่องจำลองก็เพียงกดที่ หน้าจอเครื่องจำลอง


หมายเหตุ

ถ้าต้องการก็อปข้อมูลจากเครื่องจริงไปดิสก์จำลองล่ะ ทำไง ก็ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Devices Hard Disk ของเครื่องจำลองนั้น ๆ แล้วทำการ Map กำหนดพารามิเตอร์ของไดร์ เสร็จแล้วไดร์จะไปโชว์ที่ My Computer กรณีที่ติดตั้งระบบ Unix อย่างเช่น Debian ซึ่งมีตั้ง 21 แผ่นซีดี หรือ 3 แผ่น ดีวีดี ไม่รู้ว่าทำไมมันมากมายปานนั้น เมื่อเครื่องถามหาแผ่นใหม่ (กรณีใช้ติดตั้งจากอิมเมจไฟล์) คลิ๊กขวาที่มุมด้านล่างขวาสุดที่เป็นรูปไดร์ซีดี Edit เลือกอิมเมจไฟล์ อันที่เครืองถามหา

การใช้งานโปรแกรม Adobe Captivate


Adobe Captivate 3.0

ปัจจุบันสื่อเรียนรู้หรือสื่อการนําเสนอมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งสื่อแบบข้อความ รูปภาพ เสียงภาพเคลื่อนไหว สื่อมัลติมีเดีย ที่บรรจุอยู่ในแผ่นซีดี หรือเผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมที่นํามาสร้างสื่อเรียนรู้หรือสื่อนําเสนอแบบมัลติมีเดียที่เรารู้จักนั้นมีมากมายหลายโปรแกรม เช่น Office TLEImpress, Microsoft PowerPoint, Macromedia Authorware, Macromedia Flash ฯลฯ โปรแกรมเหล่านี้จะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อพอสมควรจึงจะสร้างงานออกมาได้ ทําความรู้จัก Adobe Captivate 3.0 โปรแกรม Adobe Captivate 3.0 เป็นผลิตภัณฑ์น้องใหม่จากค่าย Adobe ที่ถูกพัฒนาขึ้น มาเพื่อสนับสนุนการสร้าง Movie ในรูปแบบสื่อเรียนรู้ หรือสื่อการนําเสนอแบบมัลติมีเดีย เช่น การนําเสนอผลงาน การจับหน้าจอภาพเพื่อนําไปสร้างสื่อเรียนรู้ การสร้างแบบทดสอบ รวมไปถึงการตัดต่อวิดีโอเพื่อใช้สําหรับงานนําเสนอหรือผลิตสื่อเรียนรู้ โดยโปรแกรม Adobe Captivate 3.0 เป็นโปรแกรมที่ใช้สร้างชิ้นงานได้ง่ายและเร็ว

จุดเด่นของโปรแกรม Adobe Captivate3.0

• สร้างสื่อเรียนรู้หรือสื่อนําเสนอมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดาย

• ตัดต่อวิดีโอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

• สร้างสื่อเรียนรู้โดยการจับหน้าจอภาพ (Screen capture movie) ประกอบเสียงบรรยาย

• เหมาะสําหรับการนําไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน

• สร้างแบบทดสอบได้ง่าย(ทำข้อสอบแบบ random ได้แล้ว สำหรับเวอร์ชั่นนี้)

• นําเข้าไฟล์จากแหล่งต่างๆ ได้หลากหลาย ไฟล์รูปภาพ (Image) เช่น JPG, BMP, GIF ไฟล์เสียง (Sound) เช่น MP3, WAV เสียงบรรยายผ่านไมโครโฟน ไฟล์วิดีโอ (Video) เช่น AVI สไลด์จากโปรแกรม Microsoft Power Point (.PPT)

Captivate 3.0

• ส่งออกไฟล์ได้หลายรูปแบบ Flash movie File (.swf) ลักษณะเช่นเดียวกับโปรแกรม Macromedia Flash HTML File (.html) สําหรับการนําไปใช้กับเว็บไซต์ EXE File (.exe) สําหรับการนําไปใช้แบบ Stand alone คือ การแสดงผลโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม Adobe captivate
แบบทดสอบ
1.ข้อใดไม่ใช่จุดเด่นของโปรแกรม
ก.บันทึกและตัดต่อไฟล์เสียงได้ข.รองรับการแสดงผลจาก browser ได้อย่างสมบูรณ์ค.ตัดต่องานสื่อวีดีโอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวง.เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุกเครือข่ายได้
2.ความต้องการทรัพยากรโดยรวมของ adobe ข้อใดถูกต้อง
ก.พื้นที่ว่างใน harddisk ไม่น้อยกว่า 700 MBข.หน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ไม่น้อยกว่า 512 MBค.รองรับการแสดงผลที่ 800*600 pixelsง.ถูกทุกข้อ
3.ประเภทของไฟล์สำหรับสร้างงานและส่งออก adobe สามารถรับไฟล์นำเข้ได้ไฟล์
ก.2ไฟล์ข.3ไฟล์ค. 4 ไฟล์ง. 5ไฟล์
4.ข้อใดไม่ใช่ไฟล์ที่adobe สามารถนำเข้าได้
ก.ไฟล์รูปภาพข.ไฟล์วีดีโอค.ไฟล์เสียงง.ไม่มีข้อถูก
5. adobe สามารถส่งไฟล์ออกได้แบบยกเว้นไฟล์ที่มีนามสกุลใดต่อไปนี้ข้อใดต่อไปนี้
ก. .htmlข. .cpค. .mthง. .exe
6. Exe File (.exe) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไร
ก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์สำหรับการนำเสนอแบบ stand aloneค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
7.Docment (.doc) คือไฟล์อะไร
ก.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตรฐาน microsoft wordข.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ค.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ง.ไม่มีข้อถูก
8. html File (.html) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไรก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์สำหรับการนำเสนอแบบ stand aloneค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
9. ZIPFile (.zip) เป็นไฟล์สำหรับทำอะไรก.เป็นไฟล์สำหรับนำไปใช้กับเว็บไซต์ข.เป็นไฟล์ที่รองรับมาตรฐานSOCRMค.เป็นไฟล์ลักษณะวีดีโอไฟล์ออนไลน์ง.เป็นรูปแบบไฟล์เอกสารมาตราฐาน
10.ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการติดตั้งโปรแกรม Adobe Captivate 3.0
ก. Adobe ทำการแตกไฟล์สำหรับกระบวนการติดตั้งข.ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์Adobe_ Captivate 3_WWE3.exe แล้วปรากฏหน้าต่างขึ้นให้แล้วกด nextค.Install Adobe Captivate 3.0ง.Adobe จะทำการติดตั้งโปรแกรม
เฉลย
1. ง 2.ง 3. ค 4. ง 5. ค 6. ข 7.ก 8. ก9. 10.ข

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

VMware

*โปรแกรม VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ แสดงถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลง ระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่เดิม แล้วทำการลงระบบปฏิบัติการ Windows NT ผ่านโปรแกรม VMWare อีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อลงแล้ว ทั้งสองระบบสามารถทำงานพร้อมกันได้ โดยแยกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด (เสมือนเป็นคนละเครื่อง) โดยคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมานั้น จะมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เครื่องหนึ่ง ซึ่งจะประกอบด้วย พื้นที่ดิสก์ที่ใช้ ร่วมกับพื้นที่ดิสก์ของเครื่องนั้นๆ การ์ดแสดงผล การ์ดเน็ตเวิร์ก พื้นที่หน่วยความจำ ซึ่งจะแบ่งการทำงานมาจากหน่วยความจำของเครื่องนั้นๆ เช่นกัน ปัจจุบันโปรแกรม VMWare มีเวอร์ชันทั้งสำหรับการทำงานบน Windows และ Linux หากเครื่องท่านเป็น Windows ก็สามารถลองเวอร์ชันสำหรับ Windows ได้
*VMware จะทำการสร้าง คอมพิวเตอร์ขึ้นมาอีก 1 เครื่อง โดยใช้ทรัพย์กรของ pc ของเราเอง คือมันจะทำการแบ่งเอา HD,Ram CPU ของเราไป สร้างเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เราจะเห็นว่ามัน ทำงานอยู่บนเครื่องเรา เราสามารถสั่งให้มัน boot เครื่อง เข้าไป setup bios แล้วก็สั่ง boot ที่cdrom แล้วลง windows,linux,bsd,unix ซ้อนเข้าไปได้ในเครื่องเรา น้องสั่งเกตุผลงานง่ายๆอย่างเช่น หนังสือสอนการลง linux เค้าก็จะทำการใช้ vmware ให้มันทำการ boot แผ่น cd linux ที่เครื่องเราแล้วก็ setup linux แล้วคนทำหนนังสือก็จะ capture หน้าต่างๆในการลงโปรแกรม เอามาให้เรา อันนี้ก็เป็นประโยชน์ ประเด็นการใช้ Vm ware คือ เครื่องเราต้องแรงนิดนึงนะครับ ram พี่ว่าอย่างน้อยต้อง 512-1 G ถึงจะใช้แล้วสบายใจ ประสบการณ์ของพี่เองคือพี่เอา notebook ไปนั้ง training linux พี่ก็เอา notebook ไปลง
vmware แล้วก็เอา Vmware มาลง linux นั้ง training linux ได้โดยไม่ต้องลบ xp ทิ้ง เมื่อจะเลิกใช้ก็ลบ vmware ทิ้ง ทุกอย่างก็กลับมาเป็น xp เหมือนเดิม vmware ยังสามารถทำให้ os ที่ run อยู่ถายใต้ตัวมันใช้ระบบเครือข่ายได้จริงด้วยนะครับ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2551

คำสั่ง Unix

คำสั่ง Unix

1.คำสั่ง man เป็นคำสั่งที่เป็นคู่มือการใช้คำสั่งแต่ละคำสั่งเช่น$ man ls$ man cp
2.คำสั่ง alias ใช้ย่อคำสั่งให้สั้นลง $ alias l = ls -l$ alias c = clear
3.คำสั่ง cal เป็นคำสั่งที่ใช้แสดง ปฏิทินของระบบ
4.คำสั่ง clear มีค่าเหมือนกับ คำสั่ง cls ของ dos ใช้ลบหน้าจอ terminal ให้ว่าง$ clear
5.คำสั่ง cmp เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์
6.คำสั่ง cat มีค่าเหมือนกับ คำสั่ง type ของ dos ใช้ดูข้อมูลในไฟล์ เช่น$ cat filename
7.คำสั่ง cut
8.คำสั่ง date ใช้แสดง วันที่ และ เวลา$ date 17 May 1999
9.คำสั่ง diff ใช้เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ว่ามีความกว้างห้องต่างกันอย่างไร
10.คำสั่ง echo $ echo "Hello" ใช้แสดงข้อความ "Hello" ขนาดปกติ
11.คำสั่ง exit คำสั่งที่ใช้ในการออกจาก shell ที่เรกำลังใช้งานอยู่
12.คำสั่ง expv ประมวลคำจากสูตรคณิตศาสตร์
13.คำสั่ง find ใช้ค้นหาไฟล์ที่ต้องการ เช่น $ find /usr/bin -name "*sh" -print หาไฟล์ที่ลงท้ายด้วย sh จาก /usr/bin
14.คำสั่ง finger ใช้แสดงรายละเอียดของผู้ใช้
15.คำสั่ง grep ใช้คนหาข้อความที่ต้องการจากไฟล์ $ grep ข้อความ file
16.คำสั่ง head จะแสดงส่วนหัวของแฟ้มข้อมูล ตามจำนวนบรรทัดที่ต้องการ
17.คำสั่ง moreแสดงข้อมูลทีละหน้าจอ อาจใช้ร่วมกับเครื่องหมาย pipe line ( ) หากต้องการดูหน้าถัดไป กด space ดูบรรทัดถัดไปกด Enter เช่น$ ls -la more$ more filename
18.คำสั่ง less เป็นการพัฒนาคำสั่ง more ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจาก more จะไม่สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ less จึงเป็นปรับปรุงและเพิ่มเติมเงื่อนไขบางอย่างให้ more
19.คำสั่ง passwd เปลี่ยน passwovd คนทำงานปัจจุบัน
20.คำสั่ง sort ใช้เพื่อทำการจัดเรียงข้อมูลในแฟ้มตามลำดับ (ทั้งนี้จะถือว่าข้อมูลแต่ละบรรทัดเป็น 1 record และจะใช้ field แรกเป็น key)
21.คำสั่ง su จะเปลี่ยนตนเองเป็น super userเพื่อใช้สิทธิสูงสุดในการบริหารระบบ
22.คำสั่ง tail จะแสดงส่วนท้ายของข้อมูลตามจำนวนบรรทัดที่ต้องการ
23.คำสั่ง touch สร้างไฟล์ที่ว่างเปปล่าหรือปรับเปลี่ยนวันเวลาที่บันทึกลงบนไฟล์
24.คำสั่ง w ใช้แสดงว่าใครใช้งานอยู่บ้างขณะนั้น $ w
25.คำสั่ง whoami ใช้เพื่อแสดงว่าผู้ใช้ซึ่ง login เข้าสู่ระบบนั้น (ตัวเราเอง) login ด้วยชื่ออะไร
26.คำสั่ง who ใช้แสดงว่าใครใช้งานอยู่บ้างขณะนั้น$ who
27.คำสั่ง which
28.คำสั่ง wheveis ค้นหาแฟ้มที่ต้องการว่าอยู่ที่ห้องใดแต่ค้นหาได้เฉพาะที่กำหนดไว้ใน pathเท่านั้นหากต้องการค้นหาที่เครื่องต้องใช้คำสั่ง find

-------------------------------------------------------------------------------------
URL

คำสั่ง Unix ที่ใช้เป็นประจำ [Engine By iGetWeb.com] 4 พ.ค. 2008 ... คำสั่ง Unix ที่ใช้เป็นประจำ. ... ข้อควรระวัง : คำสั่ง cd บน UNIX จะต้องมีเว้น วรรคเสมอ ..... ใช้คำสั่ง Unix บน DOS/Windows ...psoc.igetweb.com/index.php?mo=3&art=139478 - 78k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกัน

การใช้งานคำสั่ง unix เบื้องต้น 4.Utilities คำสั่งต่างที่ทำงานได้บน ระบบงาน unix จึงทำให้ kernel มีขนาดเล็ก เพราะจะมีเฉพาะหน้าที่สำคัญเท่านั้น ประเภทของไฟล์ใน Unix ...www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=89 - 54k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกัน

แบบทดสอบ


1.คำสั่ง date เป็นคำสั่งใช้ทำอะไร
ก.ใช้แสดง วันที่ และ เวลา
ข.เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์
ค.เป็นคำสั่งที่เป็นคู่มือการใช้คำสั่งแต่ละคำสั่ง
ง.เป็นคำสั่งที่ใช้แสดง ปฏิทินของระบบ
2.ข้อใดคือหน้าที่ของคำสั่ง cmp
ก.เป็นคำสั่งที่ใช้แสดง ปฏิทินของระบบ
ข.เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์
ค. เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์
ง.ถูกทุกข้อ
3.ข้อใดคือหน้าที่ของคำสั่งคำสั่ง cal
ก.เป็นคำสั่งที่ใช้แสดง ปฏิทินของระบบ
ข. เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์
ค.ใช้แสดงรายละเอียดของผู้ใช้
ง.ใช้คนหาข้อความที่ต้องการจากไฟล์
4.หน้าที่ของคำสั่ง find คืออะไร
ก. ประมวลคำจากสูตรคณิตศาสตร์
ข.ใช้แสดงรายละเอียดของผู้ใช้
ค.ใช้ค้นหาไฟล์ที่ต้องการ
ง.ใช้เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ว่ามีความกว้างห้องต่างกันอย่างไร
5.หน้าที่ของคำสั่งexpv คือข้อใดต่อไปนี้
ก.ใช้แสดงรายละเอียดของผู้ใช้
ข.ใช้เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ว่ามีความกว้างห้องต่างกันอย่างไร
ค. ประมวลคำจากสูตรคณิตศาสตร์
ง.เปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์
6.หน้าที่ต่อไปนี้คือ เป็นคำสั่งที่เป็นคู่มือการใช้คำสั่งแต่ละคำสั่งตรงกับคำสั่งในข้อใด
ก.คำสั่ง wan
ข.คำสั่ง man
ค.คำสั่ง van
ง.คำสั่ง nan
7.ใช้คนหาข้อความที่ต้องการจากไฟล์
ก.คำสั่งless
ข.คำสั่งhead
คคำสั่ง grep
ง.ไม่มีข้อถูก
8.หน้าที่ต่อไปนี้ใช้แสดงรายละเอียดของผู้ใช้ตรงกับคำสั่งใด
ก.คำสั่ง grep
ข.คำสั่งless
ค.คำสั่งhead
ง.คำสั่งfinger
9.คำสั่งw ทำหน้าที่อย่างไร
ก.ใช้แสดงว่าใครใช้งานอยู่บ้างขณะนั้น
ข.จะแสดงส่วนท้ายของข้อมูลตามจำนวนบรรทัดที่ต้องการ
ค.สร้างไฟล์ที่ว่างเปปล่าหรือปรับเปลี่ยนวันเวลาที่บันทึกลงบนไฟล์
ง.จะเปลี่ยนตนเองเป็น super userเพื่อใช้สิทธิสูงสุดในการบริหารระบบ
10.คำสั่งใดต่อไปนี้ที่มีหน้าที่คล้ายกัน
ก.คำสั่งwhich และคำสั่งwhoami
ข.คำสั่งwhoและ คำสั่งw
ค.คำสั่งwและคำสั่งwhich
ง.คำสั่งwhoและ คำสั่งwhich

เฉลย
1.ก 2.ข 3.ก 4. ค 5. ค 6.ข 7. ง 8. ง 9. ก 10.ข


วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แหล่งทัพยากรของ Unix

[DOC] Unix tool and computer programming
รูปแบบไฟล์: Microsoft Word - แสดงเป็นแบบ HTMLTwo kinds of unix programming. \end{document}. 6.ตอบ ดูในข้อสอบนะคะ. 7.ตอบ เป็นการทำให้สามารถแสดงผลภาษาไทยบน linux ได้. 8.ตอบ. Shell Programming ...lecture.cs.buu.ac.th/~s47232/special_report/exam/exam2312.doc

[PDF] อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ
รูปแบบไฟล์: PDF/Adobe Acrobat - แสดงเป็นแบบ HTML-rwxr-xr-x. 1 arnan. users 45270 Jan 11 13:01 unix.ppt* ...... Remote system type is UNIX. Using binary mode to transfer files. ...www.spu.ac.th/forum/vishakan/unix.pdf

[PPT] UNIX
รูปแบบไฟล์: Microsoft Powerpoint - แสดงเป็นแบบ HTMLAT&T แจก Code ของ UNIX ไปให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อหวังให้เป็นที่นิยมมากขึ้น แต่กลับทำให้เกิด UNIX ตัวใหม่ขึ้นมา เรียกว่า BSD UNIX (Berkeley Software ...www.compsci.buu.ac.th/~jakkaman/C_Programming/week01(18%20June%2001)/Unix.ppt -

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Unix

ความเป็นมาของ Unix
ยูนิกซ์ (Unix แต่ชื่อตามเครื่องหมายการค้าคือ UNIX) เป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แบบหลายงาน หลายผู้ใช้ ที่เริ่มพัฒนาโดยกลุ่มพนักงานของห้องปฏิบัติการ AT&T Bell Labs โดยกลุ่มนักพัฒนาที่เป็นที่รู้จัก คือ Ken Thompson, Dennis Ritchie และ Douglas McIlroyความเป็นมาของ Unix
ในทศวรรษที่ 60 สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) , AT&T Bell Labs และบริษัท General Electric ได้ร่วมมือกันวิจัยระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า Multics (ย่อมาจาก Multiplexed Information and Computing Service) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำงานบนเครื่องเมนเฟรมรุ่น GE-645 แต่ภายหลัง AT&T ได้ถอนตัวออกจากโครงการนี้Ken Thompson ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาในขณะนั้น ได้เขียนเกมบนเครื่อง GE-645 ชื่อว่าเกม Space Travel และพบปัญหาว่าเกมทำงานได้ช้ากว่าที่ควร เขาจึงย้ายมาเขียนเกมใหม่บนเครื่อง PDP-7 ของบริษัท DEC แทนด้วยภาษาแอสเซมบลี โดยความช่วยเหลือของ Dennis Ritchie ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ Thompson หันมาพัฒนาระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PDP-7ระบบ ปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า UNICS ย่อมาจาก Uniplexed Information and Computing System เนื่องจากว่าการออกเสียงสามารถสะกดได้หลายแบบ และพบปัญหาชื่อใกล้เคียงกับ Multics ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Unixการ พัฒนายูนิกซ์ในช่วงนี้ยังไม่ได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจาก Bell Labs เมื่อระบบพัฒนามากขึ้น Thompson และ Ritchie จึงสัญญาว่าจะเพิ่มความสามารถในการประมวลผลคำ (Word Processing) บนเครื่อง PDP-11/20 และเริ่มได้รับการตอบรับจาก Bell Labs ในปีค.ศ. 1970 ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงได้รับการเรียกชื่ออย่างเป็นทางการ โปรแกรมประมวลผลคำมีชื่อว่า roff และหนังสือ UNIX Programmer's Manual ตีพิมพ์ครั้งแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971ค.ศ. 1973 ได้เขียนยูนิกซ์ขึ้นมาใหม่ด้วยภาษาซี ทำให้สะดวกต่อการนำยูนิกซ์ไปทำงานบนเครื่องชนิดอื่นมากขึ้น ทาง AT&T ได้เผยแพร่ยูนิกซ์ไปยังมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล โดยสัญญาการใช้งานเปิดเผยซอร์สโค้ด ยกเว้นเคอร์เนลส่วนที่เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลียูนิกซ์เวอร์ชัน 4,5 และ 6 ออกในค.ศ. 1975 ได้เพิ่มคุณสมบัติ pipe เข้ามา ยูนิกซ์เวอร์ชัน 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่พัฒนาแบบการวิจัย ออกในค.ศ. 1979 ยูนิกซ์เวอร์ชัน 8,9 และ 10 ออกมาในภายหลังในทศวรรษที่ 80 ในวงจำกัดเฉพาะมหาวิทยาลัยบางแห่งเท่านั้น และเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ Plan 9ค.ศ. 1982 AT&T นำยูนิกซ์ 7 มาพัฒนาและออกขายในชื่อ Unix System III แต่บริษัทลูกของ AT&T ชื่อว่า Western Electric ยังคงนำยูนิกซ์รุ่นเก่ามาขายอยู่เช่นกัน เพื่อยุติความสับสนทางด้านชื่อ AT&T จึงรวมการพัฒนาทั้งหมดจากบริษัทและมหาวิทยาลัยต่างๆใน Unix System V ซึ่งมีโปรแกรมอย่าง vi ที่พัฒนาโดย Berkeley Software Distribution (BSD) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ รวมอยู่ด้วย ยูนิกซ์รุ่นนี้สามารถทำงานได้บนเครื่อง VAX ของบริษัท DECยูนิกซ์ รุ่นที่เป็นการค้าไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดอีกต่อไป ทางมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ จึงพัฒนายูนิกซ์ของตัวเองต่อเพื่อเป็นทางเลือกกับ System V การพัฒนาที่สำคัญที่สุดคือเพิ่มการสนับสนุนโพรโทคอลสำหรับเครือข่าย TCP/IP เข้ามาบริษัท อื่นๆ เริ่มพัฒนายูนิกซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบของตนเอง โดยส่วนมากใช้ยูนิกซ์ที่ซื้อสัญญามาจาก System V แต่บางบริษัทเลือกพัฒนาจาก BSD แทน หนึ่งในทีมพัฒนาของ BSD คือ Bill Joy มีส่วนในการสร้าง SunOS (ปัจจุบันคือ โซลาริส) ของบริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์ค.ศ. 1981 ทีมพัฒนา BSD ได้ออกจากมหาวิทยาลัยและก่อตั้งบริษัท Berkeley Software Design, Inc (BSDI) เป็นบริษัทแรกที่นำ BSD มาขายในเชิงการค้า ในภายหลังเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ FreeBSD, OpenBSD และ NetBSDAT&T ยังคงพัฒนาความสามารถต่างๆ เข้าสู่ยูนิกซ์ System V และรวมเอา Xenix (ยูนิกซ์ของบริษัทไมโครซอฟท์SunOS เข้า) , BSD และ มารวมใน System V Release 4 (SVR4) เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวสำหรับลูกค้า ซึ่งเพิ่มราคาขึ้นอีกมากหลังจากนั้นไม่นาน AT&T ขายสิทธิ์ในการถือครองยูนิกซ์ให้กับบริษัทโนเวลล์ และโนเวลเองได้สร้างยูนิกซ์ของตัวเองที่ชื่อ UnixWare ซึ่งพัฒนามาจากระบบปฏิบัติการ NetWare เพื่อแข่งกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็นทีของไมโครซอฟท์ค.ศ. 1995 โนเวลขายส่วนต่างๆ ของยูนิกซ์ให้กับบริษัท Santa Cruz Operation (SCO) โดยโนเวลยังถือลิขสิทธิ์ของยูนิกซ์ไว้ ค.ศ. 2000 SCO ขายสิทธิ์ส่วนของตนเองให้กับบริษัท Caldera ซึ่งเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น SCO Group ซึ่งเป็นสาเหตุในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับลินุกซ์

URL
http://kusna-superhero.blogspot.com/2008/09/linuxunix.html

ที่มาจาก บล็อก
--------------------------------------------------------------------------------------
คุณสมบัติของระบบUNIX
Softwere tool- โปรแกรมบนUNIX จะแบ่งตัวเองออกเป็นส่วนย่อยๆและสามารถใช้งานส่วนย่อยเหล่านั้นร่วมกัน ระหว่างหลายๆโปรแกรมได้portability- เนื่องจาก UNIX สามารถนำไปใช้กับเครื่องแบบต่างๆได้มากมาย โปรแกรมที่ใช้งานบนUNIXจะสามารถนำไปใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกันflexibility- UNIX จะมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถนำไปใช้งานกับงานเล็กๆหรืองานใหญ่ๆก็ได้power- สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆmulti – user & multitasking- สามารถมีผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆคน และทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันElegance- หลักการทำงานของส่วนต่างๆจะเหมือนกันดังนั้นเมื่อผู้ใช้ทำงานส่วนหนึ่งได้ ก็จะเรียนรู้และใช้งานส่วนอื่นๆได้ง่ายnetwork orientation- UNIXเป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานเครือข่ายโดยเฉพาะเครือข่าย TCP/IP ซึ่งใช้ในระบบ Internet

URL :
http://nongbow.blogspot.com/2008_09_01_archive.html
ที่มาจาก บล็อกน้องโบว์

--------------------------------------------------------------------------------------
โครงสร้างของ Unix
ระบบปฏิบัติการ Unix สามารถแบ่งโครงสร้างหลัก ๆ ได้ 4 ระดับ แต่ละระดับก็จะทำหน้าที่ต่างกัน

1. ฮาร์ดแวร์ หมายถึงอุปกรณ์หรือทุกชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ ที่เราสามารถจับต้องได้ เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เม้าส์ ดิกส์ไดรซ์ ซีดีรอม เป็นต้น
2. ยูนิกซ์ เคอร์เนล เคอร์เนล จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดของระบบ ได้แก่ การจัดสรรทรัพยากร การจัดการข้อมูลบริการหน่วยความจำ ซึ่งเคอร์เนลนี้จะขึ้นกับฮาร์ดแวร์ เช่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ฮาร์ดแวร์ เคอร์เนลนี้ก็จะถูกเปลี่ยนไปด้วย เป็นต้น
3. เชลล์ คือ ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับตัวเคอร์เนล ทำหน้าที่รับคำสั่งจากผู้ใช้ แล้วนำไปแปลเป็นภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ เราเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า command interpreter แต่ถ้ามีการนำ เชลล์หลาย ๆ ตัวมาเขียนรวมกัน (คล้าย ๆ กับ batch file ในระบบปฏิบัติการ DOS) เราจะเรียกว่า เชลล์สคริปต์ นอกจากนี้ เชลล์ (Shell) ยังมีอีกหลาย ๆ ประเภท แต่ที่นิยมกันได้แก่
* Bourne shell (sh) เป็นเชลล์ต้นแบบของทุก ๆ เชลล์ มีความสามารถในการเขียน เชลล์สคริปต์ได้ด้วย
* C shell (csh) เป็นเชลล์ที่สร้างหลัง Bourne shell ความสามารถพิเศษของ C shell คือเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งที่เคยใช้
* Korn shell (ksh) ซึ่งพัฒนาโดย AT&T โดยได้นำคุณสมบัติเด่น ๆ ของ Bourne shell และ C shell มารวมกัน
* Bourne again shell (bash) มีคุณสมบัติและความสามารถคล้ายกับ Korn shell แต่ shell นี้ถูกสร้างขึ้นมาใช้สำหรับแจกฟรี
ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทาง Linux นำมาใช้ คำสั่งที่ทำให้ทราบว่าเราใช้งาน เชลล์อะไรอยู่คือ echo $SHELL
4. โปรแกรมประยุกต์ หมายถึง โปรแกรมการใช้งานเพิ่มเติมต่าง ๆ ที่ใช้บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ได้แก่ pine เป็นต้น

URL :
http://www.wutthi.com/forum/index.php?PHPSESSID=d51ca545597d55c29ed6f47a50f3bcf2&action=printpage;topic=533.0

ที่มาจาก ตำรวจแห่งชาติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------
Shell
Shell เป็นส่วนที่รับคำสั่งจาก keyboard แล้วนำคำสั่งนั้นส่งให้ kernel ทำงานต่อ ถ้า kernel สามารถทำงานตามคำสั่งนั้นๆ ได้ ก็จะส่งผลลัพธ์กลับไปที Shell ถ้าไม่สามารถทำงานได้ก็จะส่ง error code กลับไปที่ Shell เช่นกัน

URL :
http://board.thaidarkside.com/smf/index.php?topic=11505.0

ที่มาจาก ไทย Dark site

--------------------------------------------------------------------------------------
ระบบไฟล์และdirectory
ไฟล์จะเก็บไว้ใน directory ในแต่ละ directory อาจจะไม่มีไฟล์เลยก็ได้ หรือ อาจจะมีไฟล์เป็น ร้อยๆ ไฟล์ก็ได้ และ ใน directory หนึ่งๆ ยังสามารถมี directory อื่นๆ อยู่ภายในได้อีก เป็น ลักษณะ directory ซ้อน directory ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ในการจัดการโครงสร้าง การจัดเก็บข้อมูล ไฟล์ และ directory ถูกอ้างถึงได้ด้วย ชื่อไฟล์ และ ชื่อ directory ตามด้วยเครื่องหมาย slash , "/" ตามด้วยชื่อ directory อื่นๆ ตามความจำเป็น เช่น สมมุติว่าเรามี directory ชื่อ foo ซึ่งมี diretory ชื่อ bar อยู่ภายใน และมีไฟล์ชื่อ readme.txt อยู่ภายในอีกที ดังนั้น ชื่อเต็มๆ หรือ ที่เรียกว่า path ของไฟล์ readme.txt ก็คือ foo/bar/readme.txt ไฟล์ และ directory ถูกจัดเก็บไว้ใน filesystem ซึ่งแต่ละ filesystem จะมี directory ประจำที่อยู่ตำแหน่งบนสุดของ directory ทั้งหมด เราเรียกว่า root directory ของ filesystem และ root directory มีความสำคัญมากเพราะ เป็นตัวเก็บ directory อื่นๆ ทั้งหมด ทั้งนี้ทั้งนี้น เราอาจคุ้นเคยกับวิธีการข้างต้น ในระบบปฎิบัติการอื่น ที่เราเคยใช้งาน อาจมีความแตกต่างกันบ้าง เช่น MS-DOS ใช้ "\" เป็นตัวแยกชื่อไฟล์ และ ชื่อ directory ขณะที่ Mac OS กลับใช้ ":" แทน FreeBSD ไม่มีการใช้ ชื่อ drive เช่น A: , B: , C: หรือ ชื่อ drive ใน path ตัวอย่างเช่น ใน FreeBSD เราจะไม่เขียนว่าC:/foo/bar/read.txt ในวิธีการของ FreeBSD จะมี filesystem หนึ่งที่ถูกกำหนด ให้เป็น root filesystem และ ตัว root directory ของ root filesystem จะถูกอ้างอิงด้วยเครื่องหมาย "/" แล้ว filesystem อื่นๆ จะถูก mounted ให้มาอยู่ภายใต้ root filesystem อีกที ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะมี disk มากเท่าไรก็ตาม ระบบของ FreeBSD จะถือว่า directory เหล่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของ disk ตัวแรกเสมอ สมมุติว่า เรามี filesystem จำนวน 3 filesystems มีชื่อเรียกว่า A , B , และ C แต่ละ filesystem ต่างก็มี root directory ซึ่งต่างก็มีอีก 2 directory อยู่ภายใน มีชื่อเรียกว่า A1, A2 (และเป็นลำดับไป เป็น B1 , B2 และ C1 , C2)

URL :
http://lpnskr.com/misc/unix_basic_35.html

ที่มาจาก thaifreeBSD


แบบทดสอบ

1.ระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PDP-7ระบบปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า อะไร
ก.UNICS
ข.Multics
ค.Unix
ง.Ritchie
2.หนังสือ UNIX Programmer’s Manual ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อใด
ก.วันที่4พฤศจิกายน ค..ศ. 1987
ข.วันที่4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971
ค.วันที่ 3พฤศจิกายน ค.ศ. 1971
ง.วันที่3พฤศจิกายน ค.ศ. 1987
3.ค.ศ.1973ได้เขียนยูนิกซ์ขึ้นมาใหม่ด้วยอะไร
ก.ภาษาCข
.ภาษาHTNL
ค.ภาษาโคบอล
ง.ภาษาปาสคาล
4.Powerมีคุณสมบัติอย่างไร
ก.มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถนำไปใช้กับงานเล็กๆ หรืองานใหญ่ๆ ก็ได้
ข.เป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่าย TCP/IP
ค.สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆ มากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ
ง.สามารถมีผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆคน และทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน
5.โครงสร้างหลัก ของ Unixมีกี่ระดับ
ก.2ระดับ
ข.3ระดับ
ค.4 ระดับ
ง.5ระดับ
6.เชลล์ คือ อะไร
ก.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเชลล์
ข.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับตัวเคอร์เนล
ค.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
ง.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับคีย์บอร์ด7.scriptทำหน้าที่อย่างไรก.กำหนดทิศทางการเข้าของOutputshell ข.กำหนดทิศทางการเข้าออกของ Inputค.กำหนดทิศทางการเข้าของ Input/Outputshell ง.กำหนดทิศทางการเข้าออกของ Input/Outputshell
8.Flexibility–UNIX มีคุณสมบัติอย่างไร
ก.เป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่าย TCP/IP
ข.มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถนำไปใช้กับงานเล็กๆ หรืองานใหญ่ๆ ก็ได้
ค.สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆ มากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ
ง.สามารถมีผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆคน และทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน
9.ค.ศ.1995 โนเวลขายส่วนต่างๆ ของยูนิกซ์ให้กับบริษัทใด
ก.บริษัท Caldera
ข.บริษัทซันไมโครซิสเต็มส์
ค.บริษัท santa Cruz operation (SCO)
ง.บริษัทไมโครซอร์ฟ
10.การตั้งชื่อไฟล์หรือ directoryจะใช้ตัวอักษรใดในการตั้งชื่อก็ได้ ยกเว้นตัวอักษรใด
ก.ตัวอักษร a
ข. เครื่องหมาย _
ค. ตัวเลข 1
ง. เครื่องหมาย *
เฉลย
1.ก 2. ง 3. ก 4. ค 5. ค 6. ข 7. ง 8 ข .9 ค 10.ง

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

~>ละอองฟอง<~
LOVE LOVE