วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แหล่งทัพยากรของ Unix

[DOC] Unix tool and computer programming
รูปแบบไฟล์: Microsoft Word - แสดงเป็นแบบ HTMLTwo kinds of unix programming. \end{document}. 6.ตอบ ดูในข้อสอบนะคะ. 7.ตอบ เป็นการทำให้สามารถแสดงผลภาษาไทยบน linux ได้. 8.ตอบ. Shell Programming ...lecture.cs.buu.ac.th/~s47232/special_report/exam/exam2312.doc

[PDF] อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ
รูปแบบไฟล์: PDF/Adobe Acrobat - แสดงเป็นแบบ HTML-rwxr-xr-x. 1 arnan. users 45270 Jan 11 13:01 unix.ppt* ...... Remote system type is UNIX. Using binary mode to transfer files. ...www.spu.ac.th/forum/vishakan/unix.pdf

[PPT] UNIX
รูปแบบไฟล์: Microsoft Powerpoint - แสดงเป็นแบบ HTMLAT&T แจก Code ของ UNIX ไปให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อหวังให้เป็นที่นิยมมากขึ้น แต่กลับทำให้เกิด UNIX ตัวใหม่ขึ้นมา เรียกว่า BSD UNIX (Berkeley Software ...www.compsci.buu.ac.th/~jakkaman/C_Programming/week01(18%20June%2001)/Unix.ppt -

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Unix

ความเป็นมาของ Unix
ยูนิกซ์ (Unix แต่ชื่อตามเครื่องหมายการค้าคือ UNIX) เป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แบบหลายงาน หลายผู้ใช้ ที่เริ่มพัฒนาโดยกลุ่มพนักงานของห้องปฏิบัติการ AT&T Bell Labs โดยกลุ่มนักพัฒนาที่เป็นที่รู้จัก คือ Ken Thompson, Dennis Ritchie และ Douglas McIlroyความเป็นมาของ Unix
ในทศวรรษที่ 60 สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) , AT&T Bell Labs และบริษัท General Electric ได้ร่วมมือกันวิจัยระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า Multics (ย่อมาจาก Multiplexed Information and Computing Service) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำงานบนเครื่องเมนเฟรมรุ่น GE-645 แต่ภายหลัง AT&T ได้ถอนตัวออกจากโครงการนี้Ken Thompson ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาในขณะนั้น ได้เขียนเกมบนเครื่อง GE-645 ชื่อว่าเกม Space Travel และพบปัญหาว่าเกมทำงานได้ช้ากว่าที่ควร เขาจึงย้ายมาเขียนเกมใหม่บนเครื่อง PDP-7 ของบริษัท DEC แทนด้วยภาษาแอสเซมบลี โดยความช่วยเหลือของ Dennis Ritchie ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ Thompson หันมาพัฒนาระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PDP-7ระบบ ปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า UNICS ย่อมาจาก Uniplexed Information and Computing System เนื่องจากว่าการออกเสียงสามารถสะกดได้หลายแบบ และพบปัญหาชื่อใกล้เคียงกับ Multics ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Unixการ พัฒนายูนิกซ์ในช่วงนี้ยังไม่ได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจาก Bell Labs เมื่อระบบพัฒนามากขึ้น Thompson และ Ritchie จึงสัญญาว่าจะเพิ่มความสามารถในการประมวลผลคำ (Word Processing) บนเครื่อง PDP-11/20 และเริ่มได้รับการตอบรับจาก Bell Labs ในปีค.ศ. 1970 ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงได้รับการเรียกชื่ออย่างเป็นทางการ โปรแกรมประมวลผลคำมีชื่อว่า roff และหนังสือ UNIX Programmer's Manual ตีพิมพ์ครั้งแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971ค.ศ. 1973 ได้เขียนยูนิกซ์ขึ้นมาใหม่ด้วยภาษาซี ทำให้สะดวกต่อการนำยูนิกซ์ไปทำงานบนเครื่องชนิดอื่นมากขึ้น ทาง AT&T ได้เผยแพร่ยูนิกซ์ไปยังมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล โดยสัญญาการใช้งานเปิดเผยซอร์สโค้ด ยกเว้นเคอร์เนลส่วนที่เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลียูนิกซ์เวอร์ชัน 4,5 และ 6 ออกในค.ศ. 1975 ได้เพิ่มคุณสมบัติ pipe เข้ามา ยูนิกซ์เวอร์ชัน 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่พัฒนาแบบการวิจัย ออกในค.ศ. 1979 ยูนิกซ์เวอร์ชัน 8,9 และ 10 ออกมาในภายหลังในทศวรรษที่ 80 ในวงจำกัดเฉพาะมหาวิทยาลัยบางแห่งเท่านั้น และเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ Plan 9ค.ศ. 1982 AT&T นำยูนิกซ์ 7 มาพัฒนาและออกขายในชื่อ Unix System III แต่บริษัทลูกของ AT&T ชื่อว่า Western Electric ยังคงนำยูนิกซ์รุ่นเก่ามาขายอยู่เช่นกัน เพื่อยุติความสับสนทางด้านชื่อ AT&T จึงรวมการพัฒนาทั้งหมดจากบริษัทและมหาวิทยาลัยต่างๆใน Unix System V ซึ่งมีโปรแกรมอย่าง vi ที่พัฒนาโดย Berkeley Software Distribution (BSD) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ รวมอยู่ด้วย ยูนิกซ์รุ่นนี้สามารถทำงานได้บนเครื่อง VAX ของบริษัท DECยูนิกซ์ รุ่นที่เป็นการค้าไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดอีกต่อไป ทางมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ จึงพัฒนายูนิกซ์ของตัวเองต่อเพื่อเป็นทางเลือกกับ System V การพัฒนาที่สำคัญที่สุดคือเพิ่มการสนับสนุนโพรโทคอลสำหรับเครือข่าย TCP/IP เข้ามาบริษัท อื่นๆ เริ่มพัฒนายูนิกซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบของตนเอง โดยส่วนมากใช้ยูนิกซ์ที่ซื้อสัญญามาจาก System V แต่บางบริษัทเลือกพัฒนาจาก BSD แทน หนึ่งในทีมพัฒนาของ BSD คือ Bill Joy มีส่วนในการสร้าง SunOS (ปัจจุบันคือ โซลาริส) ของบริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์ค.ศ. 1981 ทีมพัฒนา BSD ได้ออกจากมหาวิทยาลัยและก่อตั้งบริษัท Berkeley Software Design, Inc (BSDI) เป็นบริษัทแรกที่นำ BSD มาขายในเชิงการค้า ในภายหลังเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ FreeBSD, OpenBSD และ NetBSDAT&T ยังคงพัฒนาความสามารถต่างๆ เข้าสู่ยูนิกซ์ System V และรวมเอา Xenix (ยูนิกซ์ของบริษัทไมโครซอฟท์SunOS เข้า) , BSD และ มารวมใน System V Release 4 (SVR4) เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวสำหรับลูกค้า ซึ่งเพิ่มราคาขึ้นอีกมากหลังจากนั้นไม่นาน AT&T ขายสิทธิ์ในการถือครองยูนิกซ์ให้กับบริษัทโนเวลล์ และโนเวลเองได้สร้างยูนิกซ์ของตัวเองที่ชื่อ UnixWare ซึ่งพัฒนามาจากระบบปฏิบัติการ NetWare เพื่อแข่งกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็นทีของไมโครซอฟท์ค.ศ. 1995 โนเวลขายส่วนต่างๆ ของยูนิกซ์ให้กับบริษัท Santa Cruz Operation (SCO) โดยโนเวลยังถือลิขสิทธิ์ของยูนิกซ์ไว้ ค.ศ. 2000 SCO ขายสิทธิ์ส่วนของตนเองให้กับบริษัท Caldera ซึ่งเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น SCO Group ซึ่งเป็นสาเหตุในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับลินุกซ์

URL
http://kusna-superhero.blogspot.com/2008/09/linuxunix.html

ที่มาจาก บล็อก
--------------------------------------------------------------------------------------
คุณสมบัติของระบบUNIX
Softwere tool- โปรแกรมบนUNIX จะแบ่งตัวเองออกเป็นส่วนย่อยๆและสามารถใช้งานส่วนย่อยเหล่านั้นร่วมกัน ระหว่างหลายๆโปรแกรมได้portability- เนื่องจาก UNIX สามารถนำไปใช้กับเครื่องแบบต่างๆได้มากมาย โปรแกรมที่ใช้งานบนUNIXจะสามารถนำไปใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกันflexibility- UNIX จะมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถนำไปใช้งานกับงานเล็กๆหรืองานใหญ่ๆก็ได้power- สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆmulti – user & multitasking- สามารถมีผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆคน และทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันElegance- หลักการทำงานของส่วนต่างๆจะเหมือนกันดังนั้นเมื่อผู้ใช้ทำงานส่วนหนึ่งได้ ก็จะเรียนรู้และใช้งานส่วนอื่นๆได้ง่ายnetwork orientation- UNIXเป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานเครือข่ายโดยเฉพาะเครือข่าย TCP/IP ซึ่งใช้ในระบบ Internet

URL :
http://nongbow.blogspot.com/2008_09_01_archive.html
ที่มาจาก บล็อกน้องโบว์

--------------------------------------------------------------------------------------
โครงสร้างของ Unix
ระบบปฏิบัติการ Unix สามารถแบ่งโครงสร้างหลัก ๆ ได้ 4 ระดับ แต่ละระดับก็จะทำหน้าที่ต่างกัน

1. ฮาร์ดแวร์ หมายถึงอุปกรณ์หรือทุกชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ ที่เราสามารถจับต้องได้ เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เม้าส์ ดิกส์ไดรซ์ ซีดีรอม เป็นต้น
2. ยูนิกซ์ เคอร์เนล เคอร์เนล จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานทั้งหมดของระบบ ได้แก่ การจัดสรรทรัพยากร การจัดการข้อมูลบริการหน่วยความจำ ซึ่งเคอร์เนลนี้จะขึ้นกับฮาร์ดแวร์ เช่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ฮาร์ดแวร์ เคอร์เนลนี้ก็จะถูกเปลี่ยนไปด้วย เป็นต้น
3. เชลล์ คือ ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับตัวเคอร์เนล ทำหน้าที่รับคำสั่งจากผู้ใช้ แล้วนำไปแปลเป็นภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ เราเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า command interpreter แต่ถ้ามีการนำ เชลล์หลาย ๆ ตัวมาเขียนรวมกัน (คล้าย ๆ กับ batch file ในระบบปฏิบัติการ DOS) เราจะเรียกว่า เชลล์สคริปต์ นอกจากนี้ เชลล์ (Shell) ยังมีอีกหลาย ๆ ประเภท แต่ที่นิยมกันได้แก่
* Bourne shell (sh) เป็นเชลล์ต้นแบบของทุก ๆ เชลล์ มีความสามารถในการเขียน เชลล์สคริปต์ได้ด้วย
* C shell (csh) เป็นเชลล์ที่สร้างหลัง Bourne shell ความสามารถพิเศษของ C shell คือเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งที่เคยใช้
* Korn shell (ksh) ซึ่งพัฒนาโดย AT&T โดยได้นำคุณสมบัติเด่น ๆ ของ Bourne shell และ C shell มารวมกัน
* Bourne again shell (bash) มีคุณสมบัติและความสามารถคล้ายกับ Korn shell แต่ shell นี้ถูกสร้างขึ้นมาใช้สำหรับแจกฟรี
ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทาง Linux นำมาใช้ คำสั่งที่ทำให้ทราบว่าเราใช้งาน เชลล์อะไรอยู่คือ echo $SHELL
4. โปรแกรมประยุกต์ หมายถึง โปรแกรมการใช้งานเพิ่มเติมต่าง ๆ ที่ใช้บนระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ได้แก่ pine เป็นต้น

URL :
http://www.wutthi.com/forum/index.php?PHPSESSID=d51ca545597d55c29ed6f47a50f3bcf2&action=printpage;topic=533.0

ที่มาจาก ตำรวจแห่งชาติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------
Shell
Shell เป็นส่วนที่รับคำสั่งจาก keyboard แล้วนำคำสั่งนั้นส่งให้ kernel ทำงานต่อ ถ้า kernel สามารถทำงานตามคำสั่งนั้นๆ ได้ ก็จะส่งผลลัพธ์กลับไปที Shell ถ้าไม่สามารถทำงานได้ก็จะส่ง error code กลับไปที่ Shell เช่นกัน

URL :
http://board.thaidarkside.com/smf/index.php?topic=11505.0

ที่มาจาก ไทย Dark site

--------------------------------------------------------------------------------------
ระบบไฟล์และdirectory
ไฟล์จะเก็บไว้ใน directory ในแต่ละ directory อาจจะไม่มีไฟล์เลยก็ได้ หรือ อาจจะมีไฟล์เป็น ร้อยๆ ไฟล์ก็ได้ และ ใน directory หนึ่งๆ ยังสามารถมี directory อื่นๆ อยู่ภายในได้อีก เป็น ลักษณะ directory ซ้อน directory ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ในการจัดการโครงสร้าง การจัดเก็บข้อมูล ไฟล์ และ directory ถูกอ้างถึงได้ด้วย ชื่อไฟล์ และ ชื่อ directory ตามด้วยเครื่องหมาย slash , "/" ตามด้วยชื่อ directory อื่นๆ ตามความจำเป็น เช่น สมมุติว่าเรามี directory ชื่อ foo ซึ่งมี diretory ชื่อ bar อยู่ภายใน และมีไฟล์ชื่อ readme.txt อยู่ภายในอีกที ดังนั้น ชื่อเต็มๆ หรือ ที่เรียกว่า path ของไฟล์ readme.txt ก็คือ foo/bar/readme.txt ไฟล์ และ directory ถูกจัดเก็บไว้ใน filesystem ซึ่งแต่ละ filesystem จะมี directory ประจำที่อยู่ตำแหน่งบนสุดของ directory ทั้งหมด เราเรียกว่า root directory ของ filesystem และ root directory มีความสำคัญมากเพราะ เป็นตัวเก็บ directory อื่นๆ ทั้งหมด ทั้งนี้ทั้งนี้น เราอาจคุ้นเคยกับวิธีการข้างต้น ในระบบปฎิบัติการอื่น ที่เราเคยใช้งาน อาจมีความแตกต่างกันบ้าง เช่น MS-DOS ใช้ "\" เป็นตัวแยกชื่อไฟล์ และ ชื่อ directory ขณะที่ Mac OS กลับใช้ ":" แทน FreeBSD ไม่มีการใช้ ชื่อ drive เช่น A: , B: , C: หรือ ชื่อ drive ใน path ตัวอย่างเช่น ใน FreeBSD เราจะไม่เขียนว่าC:/foo/bar/read.txt ในวิธีการของ FreeBSD จะมี filesystem หนึ่งที่ถูกกำหนด ให้เป็น root filesystem และ ตัว root directory ของ root filesystem จะถูกอ้างอิงด้วยเครื่องหมาย "/" แล้ว filesystem อื่นๆ จะถูก mounted ให้มาอยู่ภายใต้ root filesystem อีกที ทั้งนี้ไม่ว่าเราจะมี disk มากเท่าไรก็ตาม ระบบของ FreeBSD จะถือว่า directory เหล่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของ disk ตัวแรกเสมอ สมมุติว่า เรามี filesystem จำนวน 3 filesystems มีชื่อเรียกว่า A , B , และ C แต่ละ filesystem ต่างก็มี root directory ซึ่งต่างก็มีอีก 2 directory อยู่ภายใน มีชื่อเรียกว่า A1, A2 (และเป็นลำดับไป เป็น B1 , B2 และ C1 , C2)

URL :
http://lpnskr.com/misc/unix_basic_35.html

ที่มาจาก thaifreeBSD


แบบทดสอบ

1.ระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PDP-7ระบบปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า อะไร
ก.UNICS
ข.Multics
ค.Unix
ง.Ritchie
2.หนังสือ UNIX Programmer’s Manual ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อใด
ก.วันที่4พฤศจิกายน ค..ศ. 1987
ข.วันที่4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971
ค.วันที่ 3พฤศจิกายน ค.ศ. 1971
ง.วันที่3พฤศจิกายน ค.ศ. 1987
3.ค.ศ.1973ได้เขียนยูนิกซ์ขึ้นมาใหม่ด้วยอะไร
ก.ภาษาCข
.ภาษาHTNL
ค.ภาษาโคบอล
ง.ภาษาปาสคาล
4.Powerมีคุณสมบัติอย่างไร
ก.มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถนำไปใช้กับงานเล็กๆ หรืองานใหญ่ๆ ก็ได้
ข.เป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่าย TCP/IP
ค.สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆ มากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ
ง.สามารถมีผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆคน และทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน
5.โครงสร้างหลัก ของ Unixมีกี่ระดับ
ก.2ระดับ
ข.3ระดับ
ค.4 ระดับ
ง.5ระดับ
6.เชลล์ คือ อะไร
ก.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเชลล์
ข.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับตัวเคอร์เนล
ค.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
ง.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับคีย์บอร์ด7.scriptทำหน้าที่อย่างไรก.กำหนดทิศทางการเข้าของOutputshell ข.กำหนดทิศทางการเข้าออกของ Inputค.กำหนดทิศทางการเข้าของ Input/Outputshell ง.กำหนดทิศทางการเข้าออกของ Input/Outputshell
8.Flexibility–UNIX มีคุณสมบัติอย่างไร
ก.เป็นระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการใช้งานเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่าย TCP/IP
ข.มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง สามารถนำไปใช้กับงานเล็กๆ หรืองานใหญ่ๆ ก็ได้
ค.สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆ มากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ
ง.สามารถมีผู้ใช้งานได้ทีละหลายๆคน และทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน
9.ค.ศ.1995 โนเวลขายส่วนต่างๆ ของยูนิกซ์ให้กับบริษัทใด
ก.บริษัท Caldera
ข.บริษัทซันไมโครซิสเต็มส์
ค.บริษัท santa Cruz operation (SCO)
ง.บริษัทไมโครซอร์ฟ
10.การตั้งชื่อไฟล์หรือ directoryจะใช้ตัวอักษรใดในการตั้งชื่อก็ได้ ยกเว้นตัวอักษรใด
ก.ตัวอักษร a
ข. เครื่องหมาย _
ค. ตัวเลข 1
ง. เครื่องหมาย *
เฉลย
1.ก 2. ง 3. ก 4. ค 5. ค 6. ข 7. ง 8 ข .9 ค 10.ง

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

~>ละอองฟอง<~
LOVE LOVE

คำอธิบายรายวิชา ระบบปฏิบัติการ 2

4121402 ระบบปฏิบัติการ 2 (Operating Systems 2 )
ศึกษาหน้าที่และการดำเนินงานของระบบปฏิบัติการ เกี่ยวกับจัดการหน่วยความจำ หน่วยประมวลผลกลาง การจัดแฟ้มข้อมูล หน่วยรับและแสดงผลข้อมูลในลักษณะของผู้ใช้คนเดียว งานเดียว และใช้หลายคนหลายงานพร้อมกัน รวมทั้งการสื่อสารระหว่างขบวนการ (Interprocess Communication : IPC)

URL Website

http://mis.pkru.ac.th/syllabus/view_syllabus.php?id=61
http://202.29.21.6/~bangkom/bindex.htm
http://academic.pcru.ac.th/index/course/7_12.htm
http://cs.mcru.ac.th/modules.php?name=History&file=explain
http://cptd.chandra.ac.th/index.php?Content=subject47
http://www.nsru.ac.th/computer/curriculum/subject.php?id=4121402&course_id=3
http://reg.nida.ac.th/registrar/program_info_1.asp?f_cmd=2&levelid=23&programid=10000314&facultyid=4&departmentname=%BB%C3%D1%AA%AD%D2%B4%D8%C9%AE%D5%BA%D1%B3%B1%D4%B5+(%C7%D4%B7%C2%D2%A1%D2%C3%A4%CD%C1%BE%D4%C7%E0%B5%CD%C3%EC)&programname=%BB%C3%D1%AA%AD%D2%#current
http://www.yonok.ac.th/burin/os/os00.htm
http://202.143.169.83/moodle/course/info.php?id=16
http://tabian.kpru.ac.th/cur/cur2.asp?Code=4122402

ที่มาจาก
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
มรภ.หมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครสวรรค์
สถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์
มหาวิทยาลัยโยนก
วิทยาลัยสารพัดช่างอุทัยธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร



e-learning ระบบปฏิบัติการ2
ตัวอย่างเนื้อหาระบบปฏิบัติการ2
ความหมายของระบบปฏิบัติการ


ระบบปฏิบัติการ คือ กลุ่มโปรแกรมซึ่งได้รับการจัดระเบียบให้เป็นส่วนเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และ ผู้ใช้เครื่อคอมพิวเตอร์ โดยจะเอื้ออำนวยการพัฒนาและ การใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากร (Resource) ต่าง ๆ ให้มีประสิทธิผลที่ดีโดย OS เองนั้น อาจเป็นได้ทั้ง Software, Hardware, FirmwareSoftware OS - เป็นโปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่อง ปรับปรุงแก้ไขง่าย ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว OS ส่วนใหญ่จะเป็นSoftware OSHardware OS - ทำหน้าที่เดียวกับ Software OS แต่ทำงานเร็วกว่า เป็น OS ที่สร้างจากอุปกรณ์ electronic เป็นส่วนหนึ่งของ Hardware เครื่อง ปรับปรุงแก้ไขยาก มีราคาแพงFirmware OS - หมายถึง โปรแกรมส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ คือ ไมโครโปรแกรม (Microprogram) ไมโครโปรแกรม เกิดจาก คำสั่งไมโคร (Microinstruction) ซึ่งเป็นชุดคำสั่งต่ำสุดของระบบควบคุมการทำงานของ CPU หลาย ๆ คำสั่งรวมกันคำสั่งภาษาเครื่อง 1 คำสั่งเกิดจากการทำงานของ Microprogram 1 โปรแกรม (หรือเกิดจากหลาย Microinstruction มารวมกัน) การแก้ไข เปลี่ยนแปลง คำสั่งภาษาเครื่อง ทำโดยสร้าง Microprogram ขึ้นใหม่ ซึ่งทำได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายสูง

หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ
ตัว OS ถูกสร้างขึ้นเพื่อ จุดประสงค์หลัก คือ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในลักษณะที่ผู้ใช้ ไม่ต้องทราบกลไกการทำ หรือฮาร์ดแวร์ของระบบ เราจึงแบ่งหน้าที่ของ OS ได้ดังนี้


1.ติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface)
ผู้ใช้สามารถติดต่อหรือควบคุมการทำงานของเครื่องผ่านทาง OS ได้ OS จะส่งเครื่องหมายพร้อมต์ (prompt) ออกสู่จอรับคำสั่งจากผู้ใช้ โดยตรง ตัว OS จึงเป็นตัวกลางในการทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้กับ Hardware กับเครื่อง นอกจากนี้ผู้ใช้อาจเขียนโปรแกรมเพื่องาน ซึ่งกรณีนี้ไม่สามารถกับ OS ได้โดยผ่านทาง System ' Call จึงเป็นการเรียกใช้รูทีน (โปรแกรมย่อย) ต่าง ๆ ของโปรแกรมของผู้ใช้ ำงานสำเร็จลุล่วงไปได้


2.ควบคุมดูแลอุปกรณ์และการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์

เนื่องจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านทาง OS อาจไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงหลักการทำงานภายในของเครื่อง ดังนั้นตัว OS จึงต้องมีหน้าที่ ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานของระบบเป็นไปได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องกัน OS จึงมีส่วนประกอบเป็นรูทีนต่าง ๆ ที่ควบคุมอุปกรณ์แต่ละชนิด อุปกรณ์แต่ละชนิดก็ต้องมีการควบคุมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น รูทีนควบคุม Disk Drives รูที่นควบคุมจอภาพ เป็นต้น


3. การจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ในระบบ ทรัพยากร (Resource)

คือ สิ่งที่ถูกใช้ไปเพื่อให้โปรแกรมดำเนินต่อไปได้ เช่น CPU Memory Disk เป็นต้น เหตุที่ต้องมีการจัดสรรทรัพยากรเพราะ ทรัพยากรของระบบมีจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ CPU ในระบบที่มี CPU ตัวเดียวแต่ทำงานหลายโปรแกรม เราต้องแบ่งสรรการใช้ CPU ให้กับโปรแกรมอย่างเหมาะสม มีทรัพยากรอยู่หลายประเภท แต่ละโปรเซส หรือโปรแกรมมีความต้องการใช้ทรัพยากร อย่างเดียว หรือหลายอย่างพร้อมกัน OS ต้องจัดเตรียมทรัพยากรต่าง ๆ ตามความต้องการของแต่ละโปรเซส หรือ โปรแกรมเหล่านั้น ดังนั้นหน้าที่อันสำคัญอีกประการหนึ่งของ OS ก็คือ จัดสรรการใช้ทรัพยากรของระบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้า OS จัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพระบบก็สามารถรันโปรแกรม ได้รวดเร็ว และ ได้งานเพิ่มขึ้น ทรัพยากรหลักที่ OS จัดสรรได้แก่-โปรเซสเซอร์ (CPU )-หน่วยความจำ (Memory )-อุปกรณ์ อินพุต เอาท์พุต (Input/Output Devices)-ข้อมูล ( Data )


URL Website


http://www.thaiabc.com/os/indexo.html
ที่มา:มหาวิทยาลัยโยนก
http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/os_2/dev.htm
http://www.mwit.ac.th/~cs/download/it40101/software.doc
ที่มา:โดยอาจารย์อ
http://www.siamtech.ac.th/Learning/metta/Drem/2.htm
http://computer.rru.ac.th/ln1/courses/6/lecture01.ppt#776,7,What’s operating systems?
ที่มา:ราชภัฏชนครินทร์
http://payamand.212cafe.com/archive/2008-06-17/os-2
ที่มา:ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
http://seashore.buu.ac.th/~50541046/lab2.doc
http://kkst2006.com/content/view/31/67/1/1/
ที่มา:อารย์สุนทร แก้วเรือง
http://www.bannarak.th.gs/web-b/egin/TEST7.HTM
http://haruthai.exteen.com/20080822/entry-3
http://202.143.148.60/glossary/index.php?option=com_glossary&func=display&letter=O&Itemid=2&catid=3&page=1
ที่มา:พจนานุกรมออนไลน์โรงเรียนครูราษฏ์รังสกฤษฏ์

แบบทดสอบ
1.ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของโปรแกรมระบบปฏิบัติการ
ก.จำข้อมูลช่วงที่มีการป้อนไฟ
ข.จัดการด้านความปลอดภัย
ค.เป็นตัวกลางระหว่างเครื่องกับผู้ใช้
ง.ควบคุมฮาร์ดแวร์
2.ข้อดีของระบบปฏิบัติการ DOS คือข้อใด
ก.ติดต่อผู้ใช้โดยการพิมพ์
ข. ใช้ทรัพยากรน้อย
ค.มีซอฟต์แวร์ที่ทำงานภายใต้ DOS มาก
ง. ทำงานในโหมดตัวอักษร
3. ข้อเสียของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 95 คือข้อใด
ก.ติดต่อกับผู้ใช้ด้วยระบบ GUI ข. ต้องสั่งงานโดยใช้เมาส์
ค. ใช้ทรัพยากรมากกว่า DOS ง.ทำงานระบบ Plug and Play
4. ระบบปฏิบัติการใดน่าจะมีความเหมาะสมในยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2548) มากที่สุด
ก. Windows98
ข. WindowsXP
ค.Windows95
ง. DOS
5.ระบบปฏิบัติการประเภท Open Source คือข้อใด
ก. WindowsXP
ข. Unix
ค.Linux
ง. Mac
6 OS ย่อมาจากอะไร ในเรื่องระบบปฎิบัติการ
ก. Operaing system
ข. Open System
ค. Off-line Systemง
ง. Opportunity System
7. Digital computer เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลักการใด
ก.ใช้ทั้งหลักการวัด และหลักการนับร่วมกัน
ข.หลักการวัดปริมาณที่มีความต่อเนื่อง
ค.หลักการนับซึ่งได้ผลออกเป็นตัวเลข
ง.ผิดทุกตัวเลือก
8.การสื่อสารผ่านสื่อกลางใดที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ก.UTP
ข.Fiber optic
ค.Microwave
ง.COAX
9.ข้อมูล(Data) เมื่อนำไปผ่านการประมวลผล(Process) แล้วเรียกว่าอะไร
ก.Computer
ข.Information
ค.Paper
ง.Garbage
10.อุปกรณ์ใดต่อไปนี้ถือเป็นหน่วยแสดงผลลัพธ์(Output unit) ของคอมพิวเตอร์
ก.Diskette
ข.Memory
ค.Mouse
ง.Printer
เฉลย
1. ก 2.ข 3.ค 4.ข 5. ค 6. ก 7.ค 8.ข 9. ข 10.ง

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แนะนำตัวเอง

ชื่อ-สกุล : นายนัฏฐพงษ์ ชัยสด
ชื่อเล่น : ก๊อฟ
รหัสประจำตัวนักศึกษา : 5012252137
อีเมล์ : chaisod@hotmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : 0874485508
เพื่อนสนิท : พิณ 0874496527,ใหม่ 0874425617
URL blog : http://expertdata.blogspot.com